แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Shopping แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Shopping แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ขายสินค้าออนไลน์ ดีจริงหรอ ชั่วร์หรือมั่ว???

เมื่อตอนต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมได้มาเล่าเรื่อง 3 ข้อที่ควรรู้ก่อนเปิดร้านขายของบนโลกออนไลน์ไป มีคำถามเข้ามาทางอีเมลมาถามว่า...

"จากที่อ่านได้บทความ 3 ตอนต่อของพี่ไปแล้ว หนูยังไม่แน่ใจว่าควรจะเปิดร้านขายบน Social ดีหรือเปล่าคะ??? พี่ช่วยบอกหน่อยว่าควรตัดสินใจยังไงดี"

ถ้าอย่างงั้นมาดูข้อเด่น และข้อที่ต้องใส่ใจเพิ่มเติมของการเปิดร้านขายของแบบยุคนี้กันดีกว่า แต่อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ทุกอย่างบนโลกนี้มีทั้งสองมุม ฉะนั้นผมเสนอทั้งมิติที่น่าสนใจ และน่าต้องระวังสำหรับให้คุณๆ ได้ตัดสินใจดูว่าโดนใจหรือยังนะครับ


ข้อที่น่าสนใจของการเปิดร้านขายของออนไลน์ จัดให้เลยครับทั้งหมด 7 ข้อ ดังนี้
  1. เปิดร้านขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง แบบเดียวกับ 7-11 ที่ไม่มีเวลาปิดนะครับ (หรือถ้าบางคนไม่สะดวกเปิดตลอดทุกเวลา ก็สามารถตั้งเวลาเปิดปิดร้านได้) และไม่ต้องมีหน้าร้านจริงๆ ก็ขายสินค้าได้
  2. มีการลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ที่มีโอกาสถูกบ้าง หรือแพงบ้าง ไม่ต้องเสียค่าตกแต่งร้านให้สวยงามอร่ามหรู ประหยัดการจ้างงาน ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานขายของมากมายจนเกินไป
  3. สินค้าที่คุณขายกระจายได้ไปทั่วประเทศไทย หรือทั่วโลกเลยก็ได้ แบบคุณไม่ต้องร้องเร่แห่แหนไปทุกจังหวัดนะครับ เพียงใช้สื่อออนไลน์ให้ได้ประโยชน์สูงสุดครับ
  4. มีระบบการจัดการร้านที่ดี อันนี้รวมไปถึงระบบการชำระเงินได้หลายรูปแบบ เช่น หักเงินบัตรเครดิต, Mobile Banking, Paypal ฯลฯ
  5. เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้มากกว่า 1 กลุ่ม
  6. เราพูดคุยกับลูกค้าได้โดยตรงเลย ถ้าลูกค้าสนใจจะติดต่อเข้ามา เพื่อสอบถามสิ่งต่างๆ คุณเองก็สามารถแนะนำเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ ได้อีกด้วย
  7. มีช่องทางปล่อยของหลากหลาย ลองดูรอบตัวคุณครับ สื่อออนไลนืแทบจะกระแทกหน้าเราอยู่ทุกวันเลย ตั้งแต่ facebook, line, instgram, website, pinterest, อีเมล และอื่นๆ เราไม่ต้องใช้หมดนะครับ แต่เรื่องอันที่เหมาะกับคุณที่สุด ผมแนะนำว่าอย่างน้อยมีสัก 2 ช่องทาง เพื่อไว้เป็นแนวทางสำรองนะครับ

แนะนำข้อน่าโดนใจไปแล้ว 7 มุมมองแล้ว ขอพลิกมุมกลับมาอีกด้านหนึ่ง กับ 5 ข้อที่คุณต้องใส่ใจเป็นพิเศษถ้าจะเปิดร้านขายของออนไลน์นะครับ มาดูกันดีกว่ามีอะไรบ้าง
  1. อัตราการแข่งขันสูงลิ่วจริงๆ สำหรับธุรกิจแนวนี้ เพราะด้วยความสะดวกในการเปิดร้าน และใครๆ ก็อยากมีรายได้เสริมเพิ่มเติม หนึ่งแนวทางที่เลือกกัน คือการเปิดขายของผ่าน Social แหละครับ
  2. หลายๆ รูปแบบร้านค้าที่เปิดให้ใช้บริการตามเว็บต่างๆ ซึ่งเป็นแบบพื้นฐานที่กำหนดเอาไว้ ถ้าคุณอยากปรับเปลี่ยนอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือต้องอาศัยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์มาเขียนโปรแกรม หรือแม้แต่ถ้าอยากมีเว็บของตัวเองเลย ก็ต้องใช้ความรู้ทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์มาเพิ่มเติม (ซึ่งผมเองก็ไม่มี 555)
  3. การเปิดร้านค้าขึ้นมา คุณต้องมีเวลาให้กับร้านของคุณด้วยนะครับ เพราะคือแหล่งทำมาหากินของคุณหนึ่งแหล่งเลย ไม่ใช่เปิดร้านมาแล้วมาปล่อยทิ้งร้าง ไม่ได้เข้ามาเติมแต่งให้สวยงามน่ามองเลย ขยันหมั่นมาอัพเดทบ้างนะครับ
  4. จากข้อแรกที่บอกไปว่าปริมาณร้านค้าเยอะมาก คุณจะทำยังไงให้ร้านของคุณกลายเป็น คืนพิเศษคนพิเศษที่โดดเด้งเห็นชัดขึ้นมา หนึ่งกระบวนท่าที่ต้องทำ คือ การโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จัก บางคนอาจจะฝากร้านกับเพื่อนๆ ที่ให้ช่วยบอกต่อ หรือแชร์เพจใน facebook หรือถ้ามีสตางค์ก็อาจเป็นการซื้อโฆษณาโปรโมท (ลองอ่านตอนก่อนหน้านี้ ที่นี่ครับ ว่ามีอุปกรณ์ช่วยเราโปรโมทได้อย่างไรบ้าง)
  5. ข้อจำกัดของเวลาต่างๆ เช่น ลูกค้าต้องการให้ตอบข้อความในระยะเวลาอันสั้น, เช็คเงินค่าโอนสินค้าว่าได้หรือยัง, อยากได้สินค้าใน 3 วันเราก็ต้องส่งแบบ EMS ให้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างกับการซื้อของตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าปกติทั่วไป ที่จ่ายเงินซื้อแล้ว จับต้องสินค้าได้ทันทีนะครับ

เป็นยังไงบ้างครับกับทั้งสองด้านของความน่าสนใจ และสิ่งที่ต้องใส่ใจสำหรับการต้ดสินใจเปิดร้านขายของออนไลน์ ที่ผมชี้ประเด็นให้เห็นทั้งหมด เพราะว่าเราควรรู้ข้อมูลให้ครบทุกด้านก่อน เพื่อใช้ตัดสินใจที่ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง เห็นข้อที่ต้องระวังอย่าเพิ่งไปกลัว จนไม่กล้าเปิดร้านนะครับ ลองมองกลับดูว่าถ้าเรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้าแบบนี้แล้ว ก็หาวิธีมาป้องกัน หรือจัดระเบียบกันล่วงหน้าไปเลย เพื่อความสบายใจแบบเจ้าของร้านอย่างคุณ และลูกค้าที่น่ารักของคุณด้วยนั่นเองครับ แล้วเจอกันใหม่ในตอนหน้านะครับ...

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Google ครับ

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

รู้ 3 ข้อนี้ก่อน ค่อยเปิดขายของออนไลน์

ในปี 2016 ขณะนี้กระแสสุดล้ำที่ทำกันอย่างแพร่หลายคงหนีไม่พ้น Online Shopping (การซื้อขายสินค้ากันบนออนไลน์) แน่นอนครับ ผมขอฟันธง!!! แต่แล้วเจ้า Online Shopping ที่ใครๆก็พูด ใครๆก็ทำเนี่ย ทั้งที่ไม่ต้องมีหน้าร้านจริงๆ ก็ขายได้ มันคืออะไร ยังไง ไฉนฮิเนี่ย เคยสงสัยกันบ้างมั้ยครับ งั้นวันนี้ผมพามาเจาะลึกให้รู้จักการซื้อขายของกันบนโลกออนไลน์กันดีกว่าครับ


งั้นคุณต้องรู้ก่อนว่าองค์ประกอบสำคัญของการทำ Online Shopping เนี่ยกับการเปิดร้านค้าทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า, ตลาดนัดหรือทำเลต่างๆ มีส่วนที่เหมือนกันอยู่ 3 มุมมอง ได้แก่ 

มุมแรก "จะขายอะไรดี???" = อะไรฮิต อะไรโดน สิ่งไหนน่าสนใจ (Online Trend)


มุมที่สอง "จะเปิดร้านที่ไหน???" = สถานที่ปล่อยของของคุณนั่นเอง (Online Marketplace)

มุมที่สาม "คนจะเห็นได้ยังไง???" = การทำการตลาดให้คนรู้จัก (Online Marketing)



มาเริ่มจากข้อแรกกันก่อน เราจะหาอะไรมาขายดีล่ะ หลายคนมีไอเดียแล้วบ้าง บางคนก็อาจจะกำลังคลำทางหาแนวที่ตัวเองชอบอยู่ ผมขอยกตัวอย่าง 5 รูปแบบสินค้าที่น่าสนใจ จากเว็บไซด์ของ www.dbdmart.com มาฝากกัน มาดูกันว่าของเหล่านี้น่าจะเปิดไอเดียในการหาของมาขายะไรกันได้บ้างนะครับ


1. สินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือกลุ่มที่เรียกว่า “Niche Market” เช่น สินค้าสำหรับคนท้อง สินค้าสำหรับคนอ้วน สินค้าสำหรับแต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูน (Cosplay) เป็นต้น จะทำให้เจาะจงและเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ไม่ยาก เพราะหากสามารถจับและเข้าถึง กลุ่มลูกค้านี้ได้แล้วลูกค้าจะจดจำร้านของคุณได้ ทำให้โอกาสในการขายมีมากกว่าและจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้

2. สินค้าที่คนเราอายที่จะไปซื้อ มีสินค้าบางชนิดที่ลูกค้าไม่กล้าไปซื้อที่หน้าร้าน เพราะอาจจะเขินอายหน้าแดงตัวแดง หรือไม่ต้องการเปิดเผย สินค้าที่มีลักษณะนี้ เช่น สินค้าเกี่ยวกับเรื่องเพศ ชุดชั้นในเซ็กซี่ ชุดเซ็กซี่ ถุงยางอนามัย

3. สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นสินค้าที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนร้านอื่น ลูกค้าจะต้องมาซื้อที่ร้านของคุณเท่านั้น เช่น เสื้อผ้าที่มีลวดลายเฉพาะ สินค้าทำมืออย่างตุ๊กตาไหมพรม อย่างไรก็ตามจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า สินค้าเป็นของดีมีคุณภาพ ลูกค้ามักจะไม่รู้จักมาก่อน ต้องใช้เวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าอยู่พอสมควร ลงรูปสินค้าในทุกมุม อธิบายรายละเอียดให้ครบถ้วน  จุดเด่นของสินค้า หรือการดูแลรักษา จะช่วยให้น่าเชื่อถือ และตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก



ผ่านไป 3 ข้อแล้ว บางคนอาจจะยังคิดไม่ออกหรือเปล่าครับ ผมยังมีอีก 2 แนวทางมานำเสนอคุณกัน มาดูกันดีกว่าว่าคืออะไร

4. สินค้าที่ไม่ค่อยนิยม มีเรื่องราวน่าสนใจ แนวผลิตจำกัด (Limited Edition) หรือหายากมากๆ (Rare Item) เช่น เทปเพลงเก่า, แผ่นเสียงเพลงเก่า, รูปปั้นแบบโบราณ, โคมไฟทรงโบราณ, ของสะสมบางอย่างที่ผลิตมาเพียง 500 ชิ้นบนโลก เป็นต้น มองว่าสินค้าเหล่านี้ไม่น่าจะขายได้ ซึ่งเป็นเหตุให้สินค้าเหล่านี้ไม่มี การแข่งขัน หรือคู่แข่งขันน้อย หากลองนำมาขาย ก็อาจทำให้ลูกค้าจดจำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของคุณ ที่ขายของแบบนี้

5. สินค้าแนว D.I.Y. (Do It Yourself) หลายๆ คนชอบซื้อสินค้าประเภทที่ซื้อไปทำต่อเองได้ อยากลงมือสร้างขึ้นมา อาทิ ชุดทำอาหารง่ายๆ ที่บ้านคุณ ชุดถักโครเชต์พร้อมวิธีการถักที่คุณสามารถถักเป็นตุ๊กตาน่ารักๆได้เอง ชุดเก้าอี้ที่เอาไปประกอบเองได้โดยไม่ต้องตอกตะปู ชุดแปลงปลูกต้นไม้ขนาดเล็กบนคอนโดของคุณ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะทำให้ร้านของคุณน่าสนใจได้ และอาจจะมีวิธีเล่าเรื่องผ่าน Clip การ D.I.Y. จากคุรเองในฐานะเจ้าของร้านก็ได้นะครับ

ไม่ว่าคุณจะเลือกสินค้ากลุ่มไหนเป็นสิ่งที่คุณอยากจะขายก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจเสมอคือ การให้บริการที่จริงใจ และไม่โกหก หรือหลอกลวงผู้บริโภคของคุณนะครับ มิฉะนั้นแล้ว ร้านค้าของคุณจะย่อยสลายปิดตัวด้วยตนเอง ในระยะเวลาที่ไม่นานแน่นอน เพราะบนโลก Online ทุกอย่างที่แพร่กระจาย และส่งต่อกันได้รวดเร็วมากๆ นะครับ 


วันนี้ผมให้ข้อมูลจากส่วนแรกกันก่อนนะครับ พรุ่งนี้มาติดตามกันต่อกับส่วนที่ 2 กันว่าแล้วมีของในมือแล้วจะไปปล่อยของประลองยุทธกันที่ไหนดี ขออนุญาตผู้อ่านทุกคนด้วยนะครับ ขอแตกเป็น 3 ตอนย่อยแบบหนังไตรภาคจริงๆ เพราะว่าถ้าจับมารวบตึงกันในตอนเดียว เกรงว่าคุณผู้อ่านจะกระอักเลือดออกมาได้ครับ ยังไงแล้วพรุ่งนี้มาตามกันต่อนะครับ และขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาด้วยครับ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Google ครับ