วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้) ตอบสุดท้ายแล้วจ้า!!!

ถึงเวลาเคารพธงชาติพอดีเป๊ะ ตอนสุดท้ายของซีรี่ส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ แล้วนะครับ เฮ้ย!!! อันนั้นเป็นละครแล้ว ของเราต้องเป็น 4 ต่อ 4 Generation Game ต่างหาก มาถึงเรื่องท้ายสุด ฉุดไม่อยู่ของกลุ่มที่เรียกว่า มีอะไรที่คุณคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน ฟันธง!!! นั่นคือ พี่ๆ ชาวเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) อายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป จนถึง 70 ปี งั้นเราไปตะลุย 4 เรื่องน่ารู้ของกลุ่มสุดท้ายกลุ่มนี้กันดีกว่าครับ

เรื่องแรก ใครว่าคนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ไม่หาข้อมูล อันนี้ขอยืนยันว่าไม่จริงเด็ดขาด พี่ๆ เขาหาข้อมูลจากสิ่งใกล้ตัวมากๆ หรือเรียกว่าเป็นสื่อที่คุ้นเคยกันมานานนั่นคือ "หนังสือพิมพ์" ครับ เมื่อเทียบกับการรับฟังข่าวสารข้อมูลต่างๆ จากสื่ออื่นๆ อาทิ wesbite หรือ online media รู้หรือเปล่าครับ เมื่อเทียบการบริโภคข้อมูล เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ คนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ เสพสื่อนี้มากกว่าเป็นอีกเท่าตัวเมือเทียบชาว GEN Y เลยนะครับ
.
.
อยากรู้กันหรือเปล่าว่าอะไรมีผลต่อการตัดสินใจของพี่ๆ กลุ่มนี้บ้าง???
.
มาดูคำตอบในเรื่องที่ 2 ต่อกันเลยครับ ปุจฉาไปแล้วบรรทัดก่อนหน้านั้น วิสัชนา คือ ผู้เชี่ยวชาญในสินค้าและบริการนั้นๆ เรียกว่า เชื่อกูรูเพื่อต้องการให้กูรู้ และมีกิจกรรมที่โปรดปรานเป็นพิเศษ ได้แก่ การไปเดินตามงานมหกรรม นิทรรศการ เฟสติวัลคานิวัลแห่แหนสุดๆ เพราะสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในแต่ละงาน นั่นคือ การได้เจอกับตัวจริงของแต่ละผลิตภัณฑ์จริงๆ ทำให้ได้ซักถามกัน แบบหมดเปลือกทุกข้อสงสัย คลายฉงนหมดเกลี้ยงแน่นอน
.
.
มาถึงเรื่องที่ 3 กันบ้าง เวลาช้อปปิ้งของคนกลุ่มนี้ พูดได้เลยว่าเข้า Concept นี้เลย "Enjoy buying for themselves, for their home, and for others." หรรษากับการช้อปปิ้งให้ตัวเอง เพลิดเพลินช้อปให้กับคนในบ้าน รวมไปถึงสนุกสนานกับการส่งต่อของดีดีให้คนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ชอบใช้จ่ายด้วยการรูดบัตรเครดิตมากกว่าเงินสดซะด้วย มาลองมองเรื่องการใช้ชีวิตกันบ้าง คนกลุ่มนี้นิยมใช้ชีวิตเรียบง่าย รวมไปถึงเป็นคนเก็บออมมากกว่าใช้ ดังนั้นการใช้จ่ายต่างๆ จะถูกพิจารณาอย่างถี่ถ้วนนั่นเอง แม้จะจ่ายหนักจริง แต่ก็ต้องปลอดภัยกับตัวเองด้วยอ่ะ
.
.
และเรื่องท้ายสุดแล้วของชาวเบบี้บูมเมอร์กันแล้ว ในบรรดา 4 วัยที่ได้ติดตามกันมาตั้งแต่ GEN Z, GEN Y, GEN X และ Baby Boomer ที่กำลังพูดถึงกันอยู่ ผมต้องยกโล่ผูกพันกับแบรนด์ดีเด่นเป็นสง่า ให้กับชาวเบบี้บูมเมอร์เลย กลุ่มนี้จงรักภักดีสุดๆ เรียกว่ารักแบบแทบจะเป็นเจ้าของสินค้าแทนเราไปด้วย แต่ช้าก่อน ขอเบรคคุณไว้ก่อน เอี้ยดดดดด... เพราะเมื่อลูกค้าผูกพันมากๆ เวลาเจ็บปวดสะเทือนใจ แบบหนักหน่วงมากเช่นกัน แล้วยิ่งยุคนี้สินค้ามีละลานตามากมาย คนกลุ่มนี้เองก็พร้อมจะลอง สินค้าใหม่ๆ ยี่ห้อใหม่ๆ เช่นกันนะครับ ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ ต้องใส่ใจดูแลนานๆ จะได้รักมากๆ และรักนานๆ ตลอดไปนะครับ
.
.
ผ่านไปแล้วกับทั้ง 4 รุ่น รุ่นละ 4 ประเด็น ที่ผมหยิบมาฝากกัน ได้รู้จักวัยต่างๆ มากขึ้น อาจจะทำให้คุณพอเห็นแนวทางการวางกลยุทธ์เดินหมากการตลาด ก้าวไปข้างหน้าอย่างชัดเจนขึ้นนะครับ กลุ่มลูกค้าของคุณเป็นกลุ่มไหน ก็เลือกสื่อสาร มอบประสบการณ์ เล่าเรื่องให้โดนใจกันได้ ถ้ามีหลายกลุ่ม ก็อาจจะต้องแบ่งการพูดคุยที่เหมาะกันไป อย่าไปรวบตึงส่งเขย่ารวมไปหาทุกคนด้วยภาษาแบบเดียวกันหมด อันนี้ผมว่าไม่น่าใช่วิธีที่ถูกนะครับ ครั้งหน้า ผมจะมีอะไรมาฝากกัน 
#พลิกความคิดบิดมุมมอง หรือตัวอย่างอะไรน่าสนใจ อย่าลืมติดตามได้ที่นี่นะครับ ^_^
.
.
.
สำหรับแฟนๆ 
#การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำติชม
หรืออยากให้หยิบเรื่องมาเม้าท์เล่ากัน บอกมาทาง LINE@
ID: @marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้านะครับ)
หรือ Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม ขอบคุณครับ...

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้) ตอน 3

เดินทางมาถึงภาคที่ 3 ของการเจาะกลุ่มวัยต่างๆ ว่ามีอะไรน่าร้อง ว๊าว ว๊าว ว๊าว กันไปบ้างแล้ว ที่ผ่านมาเราได้รู้จักกลุ่มน้องๆ ลูกเด็กเล็กแดง จนถึงตอนที่แล้วเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน อายุไม่ถึง 36 ปี สำหรับวันนี้ก็ตต้องไล่ขึ้นไปอีกหนึ่งช่วงอายุครับ นั่นคือ กลุ่มอายุในปีนี้อยู่ในช่วง 36-50 ปี หรือที่ผมจะเรียกพวกคุณว่า GEN X นะครับ แล้วเจเนอเรชั่นนี้มีอะไรบ้าง ที่เราเองอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน อย่ารอช้ามาเริ่มกันทีข้อแรกเลยดีกว่าครับ

ข้อที่ 1 คือ มักถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ มีอายุแต่อย่าลืมนะครับ คนเจเนอเรชั่นนี้นี่แหละ ที่ไม่รอช้าที่จะลองเทคโนโลยีใหม่ๆ พวกเขาคือ กลุ่มคนรุ่นแรกที่ซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) และเป็นกลุ่มคนที่ยอมจ่ายเงินเป็นแสนๆ เลยทีเดียว เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่ เท่ากระติกน้ำไปใช้ในบ้าน (พอจำกันได้ไหมครับ) ยังมีผลการสำรวจ เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงิน ของผู้บริโภคประจำปี 2558 จากวีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study 2015) ระบุไว้ว่า ชาว GEN X คือ คลื่นลูกใหม่ในตลาด ที่พร้อมจะลองใช้วีธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ๆ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง และใช้จ่ายเงินในแนวอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในไทยเลยนะจ๊ะ
.
.
ข้อต่อมาของ GEN X ถ้าถามว่าใครที่มีผลต่อการตัดสินซื้อของคนกลุ่มนี้ คำตอบคือ คนใกล้ตัวล้วนๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก คู่สามีภรรยา ญาติสนิท มิตรสหาย คนในออฟฟิต หรือแม้แต่เพื่อนของเพื่อน ขอให้ได้ยินจากปากแล้วล่ะก็ โอกาสเตรียมวิ่ง 4 คูณ 100 ไปซื้อมีสูงเลยทีเดียว และอีกสิ่งหนึ่งที่ชาว GEN X ทำบ่อยสุดๆ ในบรรดาคนทุกกลุ่ม นั่นก็คือ "การเทียบราคา" นั่นเอง (ผมรู้นะว่าคุณกำลังบอกว่าไม่จริงใช่ป่าว) คนกลุ่มนี้ยอมเดินห้างหลายแห่ง เพื่อสำรวจราคา ยอมซื้อของออนไลน์ เพราะราคาถูกกว่าไปซื้อหน้าร้าน อุปกรณ์ติดต่อคือสมุดเล่มเล็กๆ ที่คอยจดราคาของชิ้นนี้จากซุปเปอร์ต่างๆ ฉะนั้นถ้าคุณทำการตลาดที่บอกได้ว่า ไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบ ราคาที่นี่ถูกที่สุดแล้ว คุณจะได้ใจคนกลุ่มนี้โดยปริยายครับ
.
.
ข้อที่ 3 ของ GEN X มีผลวิจัยสรุปออกมาว่า ลักษณะคนกลุ่มนี้ที่โดนเด่นขึ้นมาก็คือ ไม่วางใจในการตลาดอุ๊ต๊ะ แบบนี้ 
#การตลาด3ช่า คิดว่าควรทำอย่างไรดีอ่ะ ผมมีคำตอบมาบอกครับ สิ่งที่คนกลุ่มนี้หาคือความสมดุลระหว่าง ราคาและคุณภาพ ที่ทำให้ชีวิตของพวกเราสมดุล และดีขึ้นได้นั่นเอง สินค้าคุณภาพดี ราคาเหมาะสม (ไม่แพงไป) เตรียมได้เงินในกระเป๋าได้เลยครับ ในบางครั้ง พี่ๆ GEN X มองหาของที่คุณภาพนำมาก่อนแบรนด์ด้วยซ้ำในบางครั้ง ใช้สินค้าเป็นยี่ห้อที่ไม่ใช่ตลาดทั่วไปรู้จัก แต่ถ้าใช้แล้วประทับใจปลื้มปริ่มน้ำตาไหลพราก งานนี้ผูกพันกันยาวเลยครับ
.
.
และข้อสุดท้ายของชาว GEN X การสื่อสารกับพี่ๆ กลุ่มนี้ มีเพียง 3 คำเท่านั้นครับ คือ กระชับ / ชัดเจน / ไม่อ้อมค้อม (รวมถึงไม่ต้องไปถึงแยกอ้อมใหญ่ และไม่ต้องวนไปถึงอ้อมน้อยด้วย) ดีก็บอกว่าดี ถูกก็บอกว่าถูก แพงก็บอกว่าแพง ผิดก็ยอมรับว่าผิด ใช่ก็บอกว่าใช่ พลาดก็ต้องบอกทางแก้ไขให้ด้วย เพราะในใจลึกๆ แล้วชอบความตรงไปตรงมามากที่สุดครับ การตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ให้ทั้งหมดด้วยความจริงใจ บอกหมด อย่ามากั๊กห้ามหมกเม็ด คุณจะได้ใจคนกลุ่มนี้ได้สบายสบายครับ
.
.
ผ่านไปแล้วกับ 4 สิ่ง สำหรับชาว GEN X นะครับ มีข้อไหนตรงกับคุณๆ บ้างหรือเปล่า ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของ 4 ต่อ 4 Generation Game แล้ว กับกลุ่มคนสุดท้าย คือ พี่ๆ ชาว Baby Boomer พรุ่งนี้ ตอน 6 โมงเย็นเคารพธงชาติ มาติดจอ รออ่านกันเช่นเดิมนะครับ
.
.
.
สำหรับแฟนๆ #การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำติชม
หรืออยากให้หยิบเรื่องมาเม้าท์เล่ากัน บอกมาทาง LINE@
ID: @marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้านะครับ)
หรือ Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม ^_^ ขอบคุณครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้) ตอน 2

ครั้งที่แล้ว #การตลาด3ช่า ได้เม้าท์มอยแมลงภู่กันไป กับเรื่องของชาว "GEN Z" มาถึงเย็นวันนี้เขยิบวัยขึ้นมาอีกสักหน่อย มาที่ GEN Y หรือในปีนี้ อายุอยู่ระหว่าง 16-35 ปีนั่นเอง ใครอยู่กลุ่มช่วงนี้ ยกมือขึ้นหน่อยครับ นั่นแน่!!! ผมรู้นะ...มีบางคนไม่บยกมือ ถ้าคุณยังไม่ยกมือ ตอนถัดไปน่าจะเป็นตอนของคุณก็ได้ สำหรับส่วนใครที่ไม่ได้ยก เพราะมีปัญหาใต้วงแขนสีผิวไม่เรียบเนียน แนะนำผลิตภัณฑ์สารส้ม Stick นะครับ คล้ายๆ กาวแท่งที่หมุนขึ้นลงได้ เพื่อความเรียบเนียนใสๆ ของบริเวณนั้นองคุณ จะบ้าหรอ!!! กลับมาเข้าเรื่องต่อดีกว่า อ้อมไปไกลเลย พร้อมกันยังครับ ไปลุยดูกันดีกว่า 4 เรื่องที่คุณน่าจะรู้ไว้กับคน GEN Y มีอะไรบ้างเอ่ย

1. ผู้ที่อิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ กับชาว GEN Y ไม่ใช่คนรอบตัว หรือคนข้างกายแต่อย่างใด กลับกลายเป็นรีวิวบนโลกออนไลน์ต่างๆ นั่นเอง ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อความมั่นใจในคุณภาพสินค้า อยากรู้ว่าคนใช้จริงมีความเห็นว่าอย่างไรกันบ้าง ปลื้มหรือแป็กกันแน่ และถ้าถามคนกลุ่มนี้ว่า ช้อปปิ้งออนไลน์เพราะอะไรล่ะ คำตอบเด่นดวงนำโด่งเลย เพราะว่ามีตัวเลือกเยอะกว่าทางออฟไลน์นั่นเองจ้า
.
.
2. GEN Y เป็นกลุ่มคนที่ใช้ 2 จอเสมอ นั่นหมายถึง ถ้าคุณนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิต คุณก็ใช้คอมพิวเตอร์ของที่ทำงาน พ่วงร่วมกับมือถือคู่ใจของคุณไปพร้อมๆ กันด้วย หรืออาจเป็นสารพัดแท็ปเลตต่างๆ ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจที่คนกลุ่มนี้จะมีมือถือ 2 เครื่องเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้บางคนในกลุ่มนี้ยังแอบมีมือถือ แบบเครื่องเก่าแก่โบราณใช้ควบคู่อยู่ด้วย เช่น รุ่นฮีโร่ของมือถือยี่ห้อดัง ถามว่าทำไมต้องพกแบบนั้น เพราะเอาไว้แยกเบอร์ติดต่องาน กับเบอร์ส่วนตัวนั่นเอง ใช้ 2 จอ เพราะ 2 เหตุผลนั่นเอง
.
.
3. ผ่านไป 2 ข้อแล้ว มาดูเรื่องเงินๆทองๆ ของชาว GEN Y บ้าง คนวัยนี้เป็นกลุ่มที่ใช้เงินเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากมายอย่างแรง มีผลสำรวจบอกว่าชาว GEN Y มีรายจ่ายสูงถึง 80% ของรายได้เลยนะครับ (ใช้เพลาๆ มือกันบ้างนะ อย่าลืมเก็บเงินกันด้วยอ่ะ) อีกเหตุผลที่ใช้เงินสนุกสนานของคนกลุ่มนี้ มี 2 คือ ชอบเข้าสังคม การสังสรรค์ปาร์ตี้เป็นกิจวัตรส่วนหนึ่งของคนกลุ่มนี้ มากบ้างน้อยบ้างสลับกันไปแล้วแต่คน และอีกข้อก็คือ ติดการใช้บัตรเครดิตเป็นประจำ ไม่ค่อยชอบใช้เงินสดสักเท่าไร เรียกว่างานนี้รูดสนุก จ่ายบิลเพลินกันเลยทีเดียว อาจจะต้องใช้บริการบัตรกดเงินสดอูเค๊ะพลัส สำหรับคนที่เงินเดือนมีไว้ใช้หนี้ ส่วนโอทีมีไว้ใช้ดำรงชีวิตนะครับ อย่างไรแล้ว ก็อยากแนะนำให้ชาว GEN Y จัดระเบียบธนบัตรในกระเป๋าเงินด้วยนะครับ
.
.
4. GEN Y เป็นคนฉลาดช้อป และฉลาดเลือก ในมุมความคิดของ GEN Y เอง จะตัดสินใจสินค้าจาก สิ่งที่ไม่มีข้อบกพร่อง ตอบโจทย์โดยตรง หรือได้รับการแก้ไขจากสิ่งที่เคยติชมไปแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายดีงามพระรามสี่อย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะใส่ใจข้ามไปถึงบริการหลังการขายด้วยไปพร้อมกัน เรียกว่า เราต้องทำการตลาดแบบ 360 องศารอบทิศทาง ผนวกกับข้อแรกที่ได้บอกไป ถ้ามีคนรีวิวในเว็บบอร์ด หรือเฟซบุคเชิงไม่ปลื้ม เราเองต้องรีบด่วนจี๋เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ ไม่อย่างงั้น เวลาคนที่มาเห็นการบรรยายนี้เข้าไป ก็อาจจะหงายเงิบถอยห่างไปอีกนิดแน่นอนครับ สุดท้ายเดินสะบัดบ็อบหันกลับ ไม่แยแสเราได้อีกเลยก็มีนะครับ จุดนี้ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลย
.
.
เรียบร้อยไปทั้ง 4 ประเด็นที่คน GEN Y มีพฤติกรรมเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งคนกลุ่มนี้มีถึง 28% ของสัดส่วนประชากรของไทยครับ ใครที่เป็นชาว GEN Y ลองมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ ว่าเป็นแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า หรือมีมุมอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมอีก ครั้งถัดไป ไล่ขึ้นไปอีกช่วงวัย คนที่ปีนี้อายุ 36 แต่ยังไม่ถึง 50 ปี ผมจะเรียกคุณว่า GEN X ครับ อย่าลืมมาดูกันว่า GEN X กับ GEN Y หรือ GEN Z มีอะไรที่แตกต่างกันบ้างหนอ... แล้วพบกันครับ
.
.
.
สำหรับแฟนๆ #การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำติชม
หรืออยากให้หยิบเรื่องมาเม้าท์เล่ากัน บอกมาทาง LINE@
@marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้านะครับ)
หรือ Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม ^_^ ขอบคุณครับ...

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้)

สวัสดีครับชาว #การตลาด3ช่า ครับ เดินทางมาไม่นาน ตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนเมษายน เดือนที่ 4 ของปีนี้แล้ว รวดเร็วจริงๆ นะครับ พูดถึงเวลาที่ผ่านไปเร็ว อายุของพวกเราแต่ละคน ก็ไปไวเช่นกัน เพราะทุกๆ วันที่ผ่านไป เราก็เตรียมขยับตัวเลขขึ้นตามไปด้วย บางคนคิดในใจว่าหยุดนับอายุฉันสักที พอเข้าเลขสามนำหน้ามาประดับยศวัยวุฒิไว้ ก็อยากบอกว่าหยุดวิ่งจากถนนวิภาวดีได้แล้ว เพราะขับตรงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอหลักสี่มารออยู่ด้านหน้าอีกไม่ไกล แล้วหลังจากนั้นตัวเลขก็เพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไม่หยุดยั้งเลย 
.
.
แล้วคุณล่ะครับ ตอนนี้อายุกี่ขวบแล้ว??? ที่ผมถามแบบนี้อย่าเพิ่งตกใจว่าจะไปล้วงความลับเลขสองหลักของคุณกัน ที่ผมเปิดประเด็นนี้มา เพราะตอนต่อเนื่อง 4 Episode นี้ ผมจะคุ้ยเขี่ยเรื่องแต่ละกลุ่มอายุมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้คุณได้เข้าใจ แต่ละวัยที่มีความต้องการที่แตกต่าง หรือมีพฤติกรรมอะไรที่น่าหยิบมาต่อยอดทางการตลาดอะไรได้บ้างนั่นเอง ไม่ให้เสียเวลาผมไล่ตามช่วงอายุจากน้อยไปมากแล้วกันครับ


กลุ่มแรก คือ "Gen Z" หรือ น้องๆหนูๆ ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวัยทำบัตรประชาชน "อายุ 15 ได้มาเป็นสาวรำวง มาใส่กระโปรงวับๆแวมๆ ไฟสลัวมัวเหมือนคืนเดือนแรม อะร้าแอร่ม อยู่บนฟลอร์เต้นรำ..." เปิดมาเป็นเพลงเลยทีเดียว งั้นอย่ารอช้า เดี๋ยวจะอารมณ์ไม่ต่อเนื่อง 4 เรื่องต่อไปนี้ ที่คุณควรรู้กันเลย
.
.
1. GEN Z ใช้เทคโนโลยีมานำทางสไตล์ของตัวเอง เพราะว่าคนกลุ่มนี้เรียกว่า โลดแล่นบนโลกออนไลน์เป็นหลัก มีข้อความภาษาอังกฤษเปรียบเปรยไว้ว่า "We can post, tweet and text all about it, right now, 24/7, globally, anytime, anywhere." เด็กกลุ่มนี้บริโภคสไตล์ หรือเทรนด์กระแสนิยมผ่านโลกออนไลน์ ผมไม่อยากใช้คำว่าเป็นหลักเลย ขอเปลี่ยนเป็นคำว่า "เป็นประจำ" ดีกว่า ไม่ต้องแปลกใจครับ อะไรฮิต เรื่องไหนฮอต กระแสไหนว๊าว สิ่งไหนเจ๋ง ชาว GEN Z จะเต็มตามนั้นแน่นอน
.
.
2. GEN Z ชอบค้นหาข้อมูลสินค้า หรือบริการที่ต้องการด้วยตนเอง ผ่านออนไลน์ เพียงแค่คลิกด้วยปลายนิ้ว ก็มีข้อมูลมากมาย ให้เลือกกันอย่างสบายใจได้เลย ถ้าคุณเป็นเจ้าของสินค้า คุณต้องให้ข้อมูลรายละเอียดที่ครบถ้วนกระบวนความจริงๆ เพราะเมื่ออ่านแล้วถูกใจ ก็จะคลิกซื้อต่อเลย ถ้าเตรียมข้อมูลสินค้าครบทุกมุมแล้ว อย่าลืมเตรียมระบบจ่ายเงินที่สะดวกสบายไว้ด้วยนะครับ
.
.
3. GEN Z ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน ในเวลาเดียวกันเลย ด้วยความชอบแบบนี้ ใครที่ทำผลิตภัณฑ์แนว Multi-function ใช้งานได้หลากหลายในครั้งเดียว หรือชิ้นเดียว กลุ่มนี้เตรียมติดจอรอคอยอยู่เลยครับ อาทิ อุปกรณ์เครื่องครัวชิ้นเดียวทำได้หลายอย่าง, เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เป็นต้น
.
.
4. GEN Z ไม่ค่อยเชื่อการตลาดแบบเดิมๆ ที่ผ่านมาในอดีต ถ้าอย่างงั้นต้องลองมองหาวิธีการใหม่ๆ มาลองนำเสนอดู หรือกลับมุมคิดใหม่เป็น เปิดโอกาสให้ คนกลุ่มนี้สร้างตัวตนของเขาเองด้วยการเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ผ่านสื่อ Social ดู วิธีนี้อาจจะผูกความสัมพันธ์ระหว่างคนวัยนี้ กับแบรนด์ของคุณได้
.
.
ผ่านไปหนึ่งวัยแล้ว เราน่าได้รู้จักเด็กๆ กลุ่มนี้ กันมากขึ้นแล้ว ตอนหน้าขยับไปรู้จัก GEN Y กันต่อนะครับ ว่า 4 สิ่งที่น่าสนใจกับวัยนี้ มีอะไรบ้าง มุมไหนบ้างที่นักการตลาด จะเข้าไปติดต่อสื่อสารได้อย่างถูกจริต ถูกความชอบได้ตรงจุดครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
.
.
.
สำหรับแฟนๆ #การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำ ติชม หรืออยาก
ให้หยิบเรื่องนี้มาเม้าท์เล่าแบบฮาๆ ฝากกัน มาคุย หรือแลกเปลี่ยนได้เลย 
ผ่านทาง LINE@ : @marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้าด้วยนะครับ)
หรือกด Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม  ขอบคุณครับ...

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

เขียนช่วงไหนได้งานแจ่มที่สุดตามหลักวิทยาศาสตร์

นักเขียนออนไลน์หลายคนดูจะตามหาไม่เจอว่าตัวเองเหมาะกับเขียนช่วงเวลาไหนมากที่สุด ช่วงเวลาที่ไอเดียพรั่งพรูและสามารถเขียนเรื่องราวทุกอย่างได้จับใจคนอ่านโดยธรรมชาติ
ถ้าเดาไม่ผิด ช่วงเวลาที่คุณสามารถเขียนงานได้ไม่มีสะดุดมีน้อยมากเลยใช่ไหมล่ะ
Infographic ใหม่จาก QuickSprout หวังจะช่วยเหลือคุณให้ได้ประโยชน์จากเวลาอันมีค่ามากที่สุดผ่านการทดลองแบบเป็นวิทยาศาสตร์
เราหลายคนอาจแบ่งแยกประเภทว่าตัวเองเป็นพวกมนุษย์กลางวันหรือนกเค้าแมวกลางคืน แต่อันที่จริงแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ มากมายเช่น ระดับโดพามีน (สารที่ควบคุมความรู้สึกสุขและได้รับรางวัล) เราถูกดึงดูดความสนใจได้ง่ายแค่ไหน ทั้งหมดนี้มีผลต่อความสามารถในการสร้างสรรค์งานด้วยเช่นกัน
คุณจะมีระดับความสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมหากมีระดับโดพามีนสูงและความสนใจที่สูง นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนจึงมีไอเดียพุ่งกระฉูดขณะออกกำลังกายเช่นวิ่ง หรือขับรถ

ข้อดีของการเขียนตอนเช้า

- เรามีความพยายามมากที่สุดตอนตื่นนอน และจะลดหายไปอย่างมากตอนบ่าย
- เราจะมีพลังสร้างสรรค์มากมายตอนเช้า แต่มันก็จะไม่ทำงานได้ดีเท่าไหรหากไม่มีการออกกำลังกายเลยนะ
- เขียนจนเป็นนิสัย และเนื่องจากเรามีพลังตอนเช้าดังนั้นเขียนเสียตอนเช้าให้เป็นนิสัย

ข้อดีของการเขียนตอนกลางคืน

- มีการรบกวนน้อย หลังจากที่คุณเลิกงานมาเหนื่อยๆ
- คุณจะไม่รีบเร่ง เพราะคุณไม่ต้องกลัวไปทำงานสาย คุณจะเขียนได้อย่างผ่อนคลาย
- ลองทบทวนประสบการณ์ในวันนั้น และหยิบมันมาเป็นงานเขียนชิ้นเยี่ยมสิ
ขอบคุณข้อมูลจาก Marketingoops

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ขายสินค้าออนไลน์ ดีจริงหรอ ชั่วร์หรือมั่ว???

เมื่อตอนต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมได้มาเล่าเรื่อง 3 ข้อที่ควรรู้ก่อนเปิดร้านขายของบนโลกออนไลน์ไป มีคำถามเข้ามาทางอีเมลมาถามว่า...

"จากที่อ่านได้บทความ 3 ตอนต่อของพี่ไปแล้ว หนูยังไม่แน่ใจว่าควรจะเปิดร้านขายบน Social ดีหรือเปล่าคะ??? พี่ช่วยบอกหน่อยว่าควรตัดสินใจยังไงดี"

ถ้าอย่างงั้นมาดูข้อเด่น และข้อที่ต้องใส่ใจเพิ่มเติมของการเปิดร้านขายของแบบยุคนี้กันดีกว่า แต่อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ทุกอย่างบนโลกนี้มีทั้งสองมุม ฉะนั้นผมเสนอทั้งมิติที่น่าสนใจ และน่าต้องระวังสำหรับให้คุณๆ ได้ตัดสินใจดูว่าโดนใจหรือยังนะครับ


ข้อที่น่าสนใจของการเปิดร้านขายของออนไลน์ จัดให้เลยครับทั้งหมด 7 ข้อ ดังนี้
  1. เปิดร้านขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง แบบเดียวกับ 7-11 ที่ไม่มีเวลาปิดนะครับ (หรือถ้าบางคนไม่สะดวกเปิดตลอดทุกเวลา ก็สามารถตั้งเวลาเปิดปิดร้านได้) และไม่ต้องมีหน้าร้านจริงๆ ก็ขายสินค้าได้
  2. มีการลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ที่มีโอกาสถูกบ้าง หรือแพงบ้าง ไม่ต้องเสียค่าตกแต่งร้านให้สวยงามอร่ามหรู ประหยัดการจ้างงาน ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานขายของมากมายจนเกินไป
  3. สินค้าที่คุณขายกระจายได้ไปทั่วประเทศไทย หรือทั่วโลกเลยก็ได้ แบบคุณไม่ต้องร้องเร่แห่แหนไปทุกจังหวัดนะครับ เพียงใช้สื่อออนไลน์ให้ได้ประโยชน์สูงสุดครับ
  4. มีระบบการจัดการร้านที่ดี อันนี้รวมไปถึงระบบการชำระเงินได้หลายรูปแบบ เช่น หักเงินบัตรเครดิต, Mobile Banking, Paypal ฯลฯ
  5. เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้มากกว่า 1 กลุ่ม
  6. เราพูดคุยกับลูกค้าได้โดยตรงเลย ถ้าลูกค้าสนใจจะติดต่อเข้ามา เพื่อสอบถามสิ่งต่างๆ คุณเองก็สามารถแนะนำเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ ได้อีกด้วย
  7. มีช่องทางปล่อยของหลากหลาย ลองดูรอบตัวคุณครับ สื่อออนไลนืแทบจะกระแทกหน้าเราอยู่ทุกวันเลย ตั้งแต่ facebook, line, instgram, website, pinterest, อีเมล และอื่นๆ เราไม่ต้องใช้หมดนะครับ แต่เรื่องอันที่เหมาะกับคุณที่สุด ผมแนะนำว่าอย่างน้อยมีสัก 2 ช่องทาง เพื่อไว้เป็นแนวทางสำรองนะครับ

แนะนำข้อน่าโดนใจไปแล้ว 7 มุมมองแล้ว ขอพลิกมุมกลับมาอีกด้านหนึ่ง กับ 5 ข้อที่คุณต้องใส่ใจเป็นพิเศษถ้าจะเปิดร้านขายของออนไลน์นะครับ มาดูกันดีกว่ามีอะไรบ้าง
  1. อัตราการแข่งขันสูงลิ่วจริงๆ สำหรับธุรกิจแนวนี้ เพราะด้วยความสะดวกในการเปิดร้าน และใครๆ ก็อยากมีรายได้เสริมเพิ่มเติม หนึ่งแนวทางที่เลือกกัน คือการเปิดขายของผ่าน Social แหละครับ
  2. หลายๆ รูปแบบร้านค้าที่เปิดให้ใช้บริการตามเว็บต่างๆ ซึ่งเป็นแบบพื้นฐานที่กำหนดเอาไว้ ถ้าคุณอยากปรับเปลี่ยนอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือต้องอาศัยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์มาเขียนโปรแกรม หรือแม้แต่ถ้าอยากมีเว็บของตัวเองเลย ก็ต้องใช้ความรู้ทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์มาเพิ่มเติม (ซึ่งผมเองก็ไม่มี 555)
  3. การเปิดร้านค้าขึ้นมา คุณต้องมีเวลาให้กับร้านของคุณด้วยนะครับ เพราะคือแหล่งทำมาหากินของคุณหนึ่งแหล่งเลย ไม่ใช่เปิดร้านมาแล้วมาปล่อยทิ้งร้าง ไม่ได้เข้ามาเติมแต่งให้สวยงามน่ามองเลย ขยันหมั่นมาอัพเดทบ้างนะครับ
  4. จากข้อแรกที่บอกไปว่าปริมาณร้านค้าเยอะมาก คุณจะทำยังไงให้ร้านของคุณกลายเป็น คืนพิเศษคนพิเศษที่โดดเด้งเห็นชัดขึ้นมา หนึ่งกระบวนท่าที่ต้องทำ คือ การโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จัก บางคนอาจจะฝากร้านกับเพื่อนๆ ที่ให้ช่วยบอกต่อ หรือแชร์เพจใน facebook หรือถ้ามีสตางค์ก็อาจเป็นการซื้อโฆษณาโปรโมท (ลองอ่านตอนก่อนหน้านี้ ที่นี่ครับ ว่ามีอุปกรณ์ช่วยเราโปรโมทได้อย่างไรบ้าง)
  5. ข้อจำกัดของเวลาต่างๆ เช่น ลูกค้าต้องการให้ตอบข้อความในระยะเวลาอันสั้น, เช็คเงินค่าโอนสินค้าว่าได้หรือยัง, อยากได้สินค้าใน 3 วันเราก็ต้องส่งแบบ EMS ให้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างกับการซื้อของตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าปกติทั่วไป ที่จ่ายเงินซื้อแล้ว จับต้องสินค้าได้ทันทีนะครับ

เป็นยังไงบ้างครับกับทั้งสองด้านของความน่าสนใจ และสิ่งที่ต้องใส่ใจสำหรับการต้ดสินใจเปิดร้านขายของออนไลน์ ที่ผมชี้ประเด็นให้เห็นทั้งหมด เพราะว่าเราควรรู้ข้อมูลให้ครบทุกด้านก่อน เพื่อใช้ตัดสินใจที่ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง เห็นข้อที่ต้องระวังอย่าเพิ่งไปกลัว จนไม่กล้าเปิดร้านนะครับ ลองมองกลับดูว่าถ้าเรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้าแบบนี้แล้ว ก็หาวิธีมาป้องกัน หรือจัดระเบียบกันล่วงหน้าไปเลย เพื่อความสบายใจแบบเจ้าของร้านอย่างคุณ และลูกค้าที่น่ารักของคุณด้วยนั่นเองครับ แล้วเจอกันใหม่ในตอนหน้านะครับ...

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Google ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

รู้ 3 ข้อนี้ก่อน ค่อยเปิดขายของออนไลน์ ภาค 3

จาก 2 ตอนที่ผ่านมาคุณๆ ได้รู้จักถึง 2 ส่วนแรกของการทำการช้อปปิ้งออนไลน์แล้ว นั่นคือ Online Trend และ Online Marketplace ผมรู้แล้วว่าคุณอยากรู้ส่วนสุดท้ายแล้ว งั้นมาเริ่มกันดีกว่าครับ

วันนี้มาต่อส่วนที่ 3 กันเลย ก็คือกระบวนการทำการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) นั่นเองครับ การทำให้ร้านของเรา หรือสินค้าของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น เข้าไปถึงกลุ่มคนที่เราคาดการณ์เอาไว้ได้ในเวลาระยะเวลาอันสั้นกระจิดริด รวดเร็วสุดสุด วิธีที่น่าสนใจสำหรับแนวทางที่อยากจะไป ก็คงหนีไม่พ้นการทำการตลาดในโลกออนไลน์นั่นเอง คำถามที่จะตามมาแบบทันทีในหัวของทุกคนก็คือ แล้วเจ้า Online Marketing ที่เขาทำกันเยอะแยะตาแปะไก่เนี่ย ทำที่ไหน และทำยังไงล่ะ วันนี้ผมรวบตึงมาให้ 8 วิธีครับ มาลองดูกัน

วิธีที่ 1 ฝาก Banner กับที่ต่างๆ ขึ้นชื่อมาแนวโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจช่วงเทศกาลหยุดยาวยังไงก็ไม่รู้ แต่จริงๆแล้วคนละเรื่องกันครับ #การตลาด3ช่า ขอเรียกวิธีนี้ว่า "แปะป้ายโฆษณาบนโลกอินเตอร์เน็ต" หรือถ้าใครยังคิดภาพตามไม่ออก ให้นึกเวลาดูรายการทีวีแล้วเป็นช่วงลุ้นเปิดป้าย แล้วสารพัดป้ายยี่ห้อต่างๆ มาโผล่ให้เราเห็นนั่นเอง การทำโฆษณา Banner ลักษณะนี้จะไปอยู่ตามเว็บต่างๆ ที่มีโครงสร้างเปิดพื้นที่ให้เอาป้ายโฆษณาสินค้าและบริการต่างๆ มาลงได้ โดยมีการเก็บค่าลงพื้นที่มากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่จำนวนคนที่เขข้ามาดูเว็บนั้นๆ และตำแหน่งที่คุณจะเอาป้ายไปวางไว้

วิธีที่ 2 การทำ Blog หรือ Website ขึ้นมา เราสร้างบ้านของเราขึ้นมา เพื่อให้คนที่สนใจที่ได้เข้ามาอ่านสามารถเห็นข้อมูลต่างๆ ได้ครบถ้วน พร้อมกันสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นได้ด้วย ในที่สุดคุณอาจจะสร้างกลุ่มคนที่ชอบผลิตภัณฑ์ของคุณขึ้นมาในเว็บนี้ก็เป็นได้ เรียกว่ากระบวนท่านี้เป็นที่ปล่อยของได้แบบเต็มๆ ไม่ต้องกั๊กเลยครับ เพียงแต่ว่าคุณต้องให้ข้อมูลที่ผู้สนใจอยากอ่าน เพื่อใช้ตัดสินใจในการซื้อสินค้าของคุณ อีกอย่างที่อยากให้ทำ

วิธีที่ 3 การส่ง SMS อีกหนึ่งวิธีสุดฮิตที่นิยมทำกันมากๆ คือการส่งข่าวสารผ่านทาง SMS แนวทางนี้ไม่ยากครับ แต่ขอให้คุณมีเบอร์มือถือของกลุ่มเป้าหมายของร้านค้าคุณเท่านั้นเอง แต่ช้าก่อนอุปสรรคของวิธีนี้ก็มีอยู่ 2 เรื่อง คือ เดี๋ยวนี้ผู้ให้บริการมือถือมีสั่ง Block SMS ประเภทแนวรบกวนมารักกัน เอ๊ย!!! รบกวนหรือก่อกวนผู้ใช้มือถือได้ และอีกเรื่องการส่ง SMS มีข้อจำกัดของตัวอักษร ดังนั้นแล้วต้องสื่อสารให้สั้นและกระชับเพื่อความเข้าใจด้วยนะครับ



วิธีที่ 4 Social Network สังคมออนไลน์สามารถเข้าถึงผู้คนได้หลากหลาย การทำโฆษณาลักษณะนี้นิยมใช้ในการสร้างแบรนด์ขึ้นมา อิทธิพลของสื่อนี้จะทำให้เกิดการบอกต่อกันปากต่อปากของคนที่ได้เห็น หรือเรียกว่า Viral Marketing นั่นเอง

วิธีที่ 5 การสร้าง Clip ที่น่าสนใจ ไม่ใช่ Clip แนวไม่พึงปรารถนานะครับ สิ่งที่เราสร้างขึ้นมานี้มีจุดประสงค์ เพื่อให้ภาพลักษณ์ของร้านค้าเรา หรือยี่ห้อของเรา รวมไปถึงสินค้าของเราออกมาน่าสนใจนะครับ ดังนนั้นอีกหนึ่งวิธีในการสื่อสารนอกจากจะสื่อสารเป็นตัวหนังสือย่างเดียว การทำออกมาเป็นสื่อผสมระหว่างภาพและเสียงก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางน่าสนใจเช่นกันครับ โดยคุณอาจจะเอา Clip ไปฝากไว้ที่ Youtube แล้วเอา Link ไปไว้ในเว็บของคุณ หรือ Social Network ของคุณได้ด้วย

วิธีที่ 6 การทำ SEO (Search Engine Optimization) อธิบายสั้นๆว่า เวลาเราไปหาอะไรในพี่ Google แล้ว ขอให้สิ่งที่ลูกค้าเห็นจากการค้นหาในหน้าแรกเป็นของเรานั่นเอง ย้ำว่าหน้าแรกนะครับ ไม่ใช่เห็นเราในหน้าที่ 2 เป็นต้นไป ทำไมถึงบอกแบบนั้นล่ะ คิดง่ายๆ ครับ เวลาคุณเองเกิดอยากหาอะไรใน Google แล้ว คุณเคยคลิกไปหน้าที่ 2 บ้างกันหรือเปล่า นั่นแหละครับ พฤติกรรมแบบนี้คนอื่นก็เป็นเหมือนกันครับ ฉะนั้นอยู่ในหน้าแรกได้เปรียบกว่าครับ แต่กระบวนการจะได้มากับเจ้าสิ่งนี้ บอกได้เลยว่าค่อนข้างซับซ้อนซ่อนเเงื่อนเฉือนอารมณ์ยิ่งกว่าซีรี่ส์เกาหลีอีก เพราะท่านพี่ Google ก็มีความขยันหมั่นเพียรในการเปลี่ยนกติกาอยู่บ่อยๆ ดังนั้นอาจจะต้องจับตามองแบบทุกระยะเลยครับ



วิธีที่ 7 Google Adwords จัดอยู่ในรูปแบบของ Pay Per Click (เรียกสั้นๆ ว่า PPC) คือจ่ายเงินเมื่อมีการคลิกเข้าไปดูโฆษณาของคุณเท่านั้น วิธีนี้ดีตรงที่ทำให้เรารู้ว่าคนที่คลิกเข้าไปเป็นคนที่สนใจสินค้าหรือบริการของเราแน่นอน ถึงจะอ่านข้อความโฆษณาของเราแล้วคลิกไปดูโฆษณาที่จะขึ้นอยู่บริเวณด้านขวา หรือใต้กล่องข้อความที่ค้นหา ในหน้าผลการค้นหาของ Google สิ่งที่ประเสริฐเลิศล้ำของกระบวนท่านี้ คือ ทำได้เองโดยใช้เวลาไม่นาน สามารถกำหนดรูปแบบบให้เห็นเฉพาะพื้นที่ หรือกำหนดเวลาแสดงผลได้ และถ้าไม่มีคนคลิกก็ไม่ต้องเสียเงินครับ

และวิธีสุดท้ายลำดับที่ 8 การทำ Line@ หรือ Line Official Account อีกหนึ่งเทรนด์ใหม่ที่มาแรงแหวกทุกโค้งมาเลยครับในขณะนี้ เนื่องจาก Line@ ถูกพัฒนามาจากพื้นฐานการ Chat คุยกันของ Line ที่คนไทยใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ความพิเศษที่มากกว่าการเป็น Line ธรรมดา ผมลองนำมาเสนอแค่บางส่วนให้เห็นภาพกันนะครับ เช่น สร้างคูปองให้กับคนที่ติดตามผลิตภัณฑ์ของเรา เก็บแบบสอบถามความต้องเพื่อรู้ความต้องการของลูกค้าเราได้ ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติเวลามีคนส่งมาตรงกับ Keyword ที่เราวางไว้ และสามารถส่งข้อความครั้งเดียวให้กับทุกคนได้เลยจ้า ตอนนี้มีแบบใช้ฟรี และเสียสตางค์ แต่แน่นอนครับของฟรีก็มีข้อจำกัดในบางอย่าง ลองมองทางเลือกนี้ไว้เป็นอีกแนวทางแล้วกันนะครับ

ก่อนจากไปจากตอนไตรภาคเกี่ยวกับ Online Shopping นี้ ผมขอบอกก่อนนะครับว่า ไม่ได้ให้คุณทำทั้ง 8 กระบวนท่าครบถ้วนที่บอกกันมาในตอนนี้ จริงๆ ยังมีอีกหลายวิธีที่ไม่ได้ยกมาเล่าสู่กันฟัง คุณเองเท่านั้นที่เป็นคนตัดสินว่าชอบวิธีการไหน หรือทำอะไรคู่ควบรวบกับอะไรบ้าง เพื่อให้ตอบเป้าหมายทางการตลาดที่สูงสุดของร้านค้าคุณนั่นเอง 

ท้ายสุดนี้ ผมขออวยพรให้ทุกท่านที่อยากจะลองดำเนินการหารายได้หลัก หรือรายได้เสริมจากผ่านการขายของออนไลน์ โชคดีมีรายได้กันตลอดเวลา เฮงๆ รวยๆ นะครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก Google ครับ