แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Experience Management แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Experience Management แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

6 เรื่อง (ควร) น่ารู้จากปากลูกค้าจ้า ภาค 5

เรื่องของประสบการณ์ของลูกค้า (Experience) เป็นหนึ่งเรื่องที่นักขาย หรือนักการตลาด ห้ามปล่อยเลยเด็ดขาด ถ้าลืมจะพาไปศาลไคฟง พบท่านเปาแน่นอน ผมมี 2 มุมมองที่ต้องใส่ใจอย่างแรง อันแรกมาแรงแซงโค้ง คือประสบการณ์ครั้งที่แล้ว ตอนที่มาซื้อของกับเรา และอีกอันคือประสบการณ์ที่ลูกค้าคนเดิมของเรา ที่เพิ่มเติมคือไปเยี่ยมเยือนคู่แข่งในตลาดเดียวกัน
.
.
มาเจาะลงลึกถึงก้นบึ้งหัวใจอันที่ 1 กันก่อน ในฐานะคนขายเคยรู้มั้ยครับว่า ลูกค้าคนนี้เคยซื้อของเรามาแล้ว และซื้ออะไรไปบ้าง ส่วนนี้ต้องอาศัยข้อมูลที่มาป้อนให้คนขายได้ทราบ แต่สิ่งที่มีมากกว่านั้นคือ คร่าวที่แล้วที่ซื้อไป ลูกค้าแฮปปี้ดี้ด้า เพลิดเพลินเจริญใจ หรือกลายเป็นอีกแบบ ไม่ปลื้มแทบอยากคืน บริการหลังการขายแบบทิ้งขว้าง มุมพวกนี้เราต้องรู้ท่าทีก่อนนะครับ ไม่ใช่รู้ว่าเป็นลูกค้าเก่า ก็จัดหนักยัดการขายลูกเดียว ลองถามสักนิด ครั้งที่แล้วซื้อไปเป็นอย่างไรบ้าง ของใช้ได้ดีหรือเปล่า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราสนใจ หรือใส่ใจในเสียงเล็กๆของเขานะครับ


.
.
ว่าข้อแรกหรรษากันไปแล้ว มาดูข้อนี้จะยิ่งสำราญบานใจมากขึ้น หรือเปล่า??? เพราะลูกค้าคนน่ารักของเรา ได้ไปพบปะติดต่อกับบริษัทอื่นๆ เพื่อซื้อของที่ใกล้เคียงกัน บางทีการตัดสินใจอาจจะมาจากการบริการแทนก็ได้ สิ่งที่เราควรถามแบบน่ารักอ่ะ คือ พี่มีเคยไปดูสินค้าแบบแนวนี้ของที่อื่นหรือเปล่า หรืออาจจะไม่ต้องถามก็ได้ ช่วงที่เราให้ข้อมูลลูกค้า อาจจะมีการเปรียบเทียบในใจอยู่ พอเราให้ข้อมูลบางจุด ลูกค้าก็อาจจะโผล่สัญญาณบางอย่างขึ้นมาได้ เช่น อีกยี่ห้อเค้าปริมาณตรงนี้เยอะกว่าของน้องนะ, ที่นี่มีแบบแพ็คเกจเดียวหรอ เพราะอีกทีเค้ามี 3-4 แบบให้พี่เลือก แนวนี้แหละครับ เรารู้ได้เลยว่าเรากำลังเป็นหนึ่งในตัวเลือกของลูกค้า ถึงเวลาที่ต้องปล่อยพลังหมัดชุดสุดท้าย เพื่อตรึงใจลูกค้ารายนี้ให้ได้นั่นเอง
.
.
ประสบการณ์ก็เหมือนเจ้าบ้านเจ้าเรือน เราไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า แต่บางทีเราก็รู้สึก หรือสัมผัสได้นั่นเอง แล้ววันนี้คุณสัมผัสสิ่งนี้จากลูกค้าบ้างหรือยังเอ่ย...

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559

บริษัทแอพแท็กซี่ในอินโดฯ ทดสอบกลิ่น "ดมรักแร้" ก่อนรับทำงาน

บริษัทแอพแท็กซี่ในอินโดฯ ทดสอบกลิ่น "ดมรักแร้" ก่อนรับทำงาน

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ #การตลาด3ช่า ขอยกให้ในมุมการต่อยอดบริการในมุมประสบการณ์ดีดีของลูกค้า หรือเรียกว่าตอบโจทย์เพื่อควาทพึงพอใจได้ ด้วยอาชีพที่หลายคนถ้าได้อ่านเนื้อข่าวแล้ว อาจจะรู้สึกสุดแปลก แต่มีจริงขึ้นมาแล้วครับ มาดูรายละเอียดตัวอย่างที่น่าศึกษานี้กันครับ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Uberjek บริษัทรถจักรยานยนต์ออนไลน์ ในประเทศอินโดนีเซีย ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นที่ใช้เรียกรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์ ผุดไอเดียเพื่อให้ธุรกิจมีความสมบูรณ์แบบ โดยคำนึงถึงกลิ่นกายของผู้ขับขี่สำคัญ จึงมีการทดสอบกลิ่นกายของพนักงาน ก่อนเข้ารับทำงาน เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า ทำให้เกิดอาชีพที่เรียกว่า "Sniffer" หรืออาชีพ ดมกลิ่นกาย-รักแร้



Aris Wahyudi ผู้ก่อตั้งบริษัท Uberjek กล่าวว่า "การพูดในที่ๆอับ หรือที่ร้อนระอุ อาจทำให้กลิ่นอันไม่เพิ่งประสงค์ส่งผลกระทบต่อลูกค้า อาจเกิดความไม่ประทับใจ จึงได้เกิดการทดสอบกลิ่มรักแร้ ก่อนเข้ารับการทำงาน"

อาชีพนักดมรักแร้ เป็นอาชีพที่เคยมีอยู่จริงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคนเล่านี้ถูกว่าจ้างจากบริษัทผู้ผลิตโรลออนหรือน้ำยาระงับกลิ่นกายต่างๆ และพวกเขามีหน้าที่ดมกลิ่นกายของผู้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งการทดสอบนั้นจะทำโดยให้ผู้ทดลองใช้เเต่ละคนทาน้ำยาระงับกลิ่นกายที่รักเเร้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างหนึ่งปล่อยตามธรรมชาติ จากนั้นนักดมรักเเร้จะทำการดมเพื่อพิสูจน์ว่ากลิ่นเป็นเช่นไร

Endang Ahmad วัย 37 ปี นักดมกลิ่นตัว-รักแร้ กล่าวว่า "ผมพบคนหลายประเภทที่มีกลิ่มตัวเหม็น ซึ่งผมได้ให้คะแนนผู้สมัครที่ยืนกางแขนอยู่ด้านหน้า และดมกลิ่นเหงื่อหรือกลิ่นรักแร้ ถ้ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เราจะไม่ให้ผ่าน"

หลายบริษัทต่างต้องงัดกลยุทธิ์เพื่อมัดใจลูกค้า ซึ่งอาชีพที่ว่ามานี้ ถือเป็นอาชีพสุดแปลกอาชีพหนึ่ง ที่สามารถสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าได้ดี และถือเป็นการบริการที่สำคัญในการประกอบธุรกิจเช่นคนขับรถให้สำเร็จ เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจ...

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.nationtv.tv/main/content/foreign/378485085/