วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

5 Step เพื่อสร้าง Viral ที่ใครก็ต้องร้อง Wow (ตอนต่อ)

ได้เวลามาต่อตอนที่ 2 ของ 5 Step เพื่อสร้าง Viral Campaign ให้เกิดขึ้นได้จริง ครั้งที่แล้วร่ายไปยาวเลยสำหรับขั้นตอนก่อน Start นั่นคือการวางแผน ที่มีถึง 7 ส่วนที่ต้องไม่ควรมองข้ามไป วันนี้เรามาต่อกับอีก 2 ข้อ นั่นคือ การทำอย่างไรให้ดูง่าย และการทำให้ดูมีชีวิตชีวาด้วย งั้นเรามาเริ่มเดินกันต่อกับการทำ Viral Marketing กันดีกว่าครับ
.
.
Step 2 “Make it simple” ต้องดูง่ายๆ สบายๆ ชิลๆ อย่าเยอะไป
.
.
สิ่งหนึ่งที่คุณต้องทราบก่อน นั่นคือการใช้กลยุทธ์แบบ Viral กลไกที่สำคัญก็คือการส่งต่อ หรือบอกต่อ เรื่องราวที่ได้เห็น หรือรับรู้มา แต่ถ้าเราได้รับข่าวสารมาจากทางอีเมล หรือมีใครมาเล่าให้เราฟังโดยตรง กว่าเราจะส่งต่อได้ ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว เพราะกว่าจะเปิดอีเมล หาอีเมลเพื่อน แล้วกด Forward ต่อ ถ้าเป็นการเล่ามาให้เราฟัง กว่าจะเรียบเรียงไปให้เพื่อนอีกคนฟัง ต้องดุด้วยว่าเพื่อนเราพร้อมฟังหรือเปล่าในเวลานั้นๆ แต่ทุกวันนี้เรามีตัวช่วยที่ทำให้เรื่องที่เล่าไปเมื่อสักครู่นี้ จบขั้นตอนได้เดียงปุ่มเดียว นั่นคือ ปุ่ม Share นั่นเอง ถ้าเราเจอสิ่งดีดีมา เพียงกดครั้งเดียว ก็มาปรากฏบนหน้า Timeline ของเรา เท่านี้สิ่งที่เราอยากบอกต่อ หรือเล่าต่อก็ถึงเพื่อนๆ เราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Social Network ต่างๆ ทั้ง Facebook, Twitter, Instagram, Youtube ต่างก็มีปุ่มให้กดอย่างสบายนิ้วเลยทีเดียว
.
.
ในมุมมองนักการตลาดเอง ในเมื่อกระบวนการส่งต่อมันแสนง่ายแบบนี้ ตัวเราเองก็ต้องออกแบบสื่อ Viral ให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย และส่งต่อได้ง่ายๆ ด้วยเช่นกัน หรือถ้าเราใช้ข้อมูลบนเว็บไซด์เป็นสื่อส่งต่อในเว็บเองก็ต้องมีปุ่ม Share ไปยัง Social Media ได้ง่ายๆ เช่นกัน พอเรารู้แนวทางแบบนี้แล้ว สิ่งที่ตามมาทันทีแบบไม่ต้องขอก็จะให้ คือรายละเอียดการใช้แต่ละรูปแบบต่างๆ ของสื่อออนไลน์ และเงื่อนไขต่างๆ ที่ต้องระวัง ห้ามขาดห้ามเกินและข้อจำกัดด้วย เช่น ขนาดรูปไม่เกินเท่าไร คลิปที่ใช้ส่งต่อก็ไม่ควรยาวเป็นชั่วโมง ฯลฯ ไม่งั้นการส่งต่อครั้งนี้อาจแป็กได้นะครับ

.
.
Step 3 “Make a feeling” อย่าแห้งเหือดแบบไร้อารมณ์

.
.
ในข้อนี้สิ่งที่คุณต้องดู ผมว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคนสุดๆ นั่นคือการใส่ความรู้สึกลงไปในสื่อ Viral ของคุณด้วย ก่อนอื่นผมไม่ได้บอกว่าการทำอะไรทื่อๆ ไม่มีอารมณ์แล้ว จะไม่ดีนะครับ แต่สิ่งที่อยากจะนำพามาให้คิดตามก็คือ เวลาเราอินจัด หรือเข้าไปถึงเรื่องอะไรแบบก้นบึ้งของหัวใจแล้ว เราจะคล้อยตาม หรือนึกเสมือนว่าเราเป็นตัวละครนั้นๆ ลงไปในสิ่งที่เห็นหรือดูอยู่ ก็คงไม่ต่างกับเวลาดูซีรี่ส์เกาหลี ที่พระเอกนางเอกเจอบทแสดงความรู้สึกแรงๆ เราดูไปเราก็รู้สึกร่วมจิกหมอนไปด้วย หรือเจอบทพรากจากกัน ที่ตัวละครร้องไห้ชุดใหญ่ เราก็บางครั้งพลอยต้องเช้ดน้ำตาตามไปด้วยนั่นเอง
.
.
มุมมองของข้อนี้ ผมอยากจะเน้นย้ำว่า ถ้าเราใส่เรื่องอารมณ์ลงไปจะดูน่าสนใจมากขึ้น เช่น Viral ของเราอาจจะเน้นตลกขำขัน ดูแล้วอารมณ์ดียิ้มตลอดวัน หรือต้องการให้ลงไปถึง จุดก้นบึ้งของหัวใจ อาจจะต้องหาเรื่องที่สะเทือนใจ หรือเปิดต่อมน้ำตาได้ หรือแม้แต่การหักมุมจบในอีกมุมกลับที่ผู้ชมไม่คาดคิด ลองเติมสิ่งเหล่านี้เข้าไป จากสิ่งที่ดูธรรมดา อาจจะกลายเป็นไม่ธรรมดาได้ในพริบตานะครับ ไม่เชื่อลองดูว่าคลิปต่างๆ หรือเรื่องราวที่ได้ส่งต่อมา ส่วนใหญ่จะมีเรื่องอารมณ์ร่วมของคน เข้าไปอยู่ในเนื้อเรื่องนั้นๆ ด้วยเสมอครับ
.
.
วันนี้ได้อ่านไปอีก 2 Step แล้ว ตอนนี้เท่ากับคุณได้รู้วิธีการเตรียมทำ Viral Marketing มา 3 ข้อแล้ว ในตอนถัดไป ผมจะมาต่อกับ 2 ข้อสุดท้าย ที่เกี่ยวกับการทำให้ Viral ดึงคนเข้าไปมีส่วนร่วมได้ และการปล่อย Viral ออกสู่สนามการตลาดครั้งนี้ อย่าลืมมาติดตามกันต่อตอนหน้านะครับ
.
.
เพื่อนๆ ติดตาม ‪#‎การตลาด3ช่า‬ ทาง LINE@ ได้ง่ายๆ โดยกด Add จากมือถือของคุณผู้อ่านที่น่ารัก ที่ลิงค์ได้เลยครับ http://line.me/ti/p/%40marketing3cha ขอบคุณครับ
https://www.facebook.com/Marketing3Cha/posts/560956487409652:0

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

5 Step เพื่อสร้าง Viral ที่ใครก็ต้องร้อง Wow

จากตอนที่แล้ว ที่ ‪#‎การตลาด3ช่า‬ ได้บอกเล่าเกี่ยวกับ Viral Marketing คืออะไรไป แล้วได้รู้ว่าอะไรที่เป็น Viral ได้บ้าง มาถึงครั้งนี้ ผมจะมาบอกวิธีการลงมือทำกันแล้วล่ะครับ จะเริ่มกันอย่างไร ต้องคิดอย่างไร มองมุมไหนบ้าง ผมจัดมาให้กับ 5 ข้อ เพื่อสร้าง Viral ที่ใครก็ต้องร้อง “ว๊าว ว๊าว ว๊าว” เลย พร้อมแล้ว Step แรกมารอแล้วครับ (ตอนนี้จะยาวสักหน่อยนะครับ อย่าเพิ่งหมดแรงข้าวต้มกันไปซะก่อนนะ)
.
.
Step 1 “Make a plan” สร้างแผนก่อนออกรบเสมอ สิ่งที่ต้องวางแผนก่อนทำ Viral เสมอ มีอยู่ 7 อย่างต่อไปนี้ครับ
.
.
• จะปล่อยผลิตภัณฑ์ใด หรือยี่ห้อของเราล่ะ???
o ในมุมเริ่มต้นของการทำ Viral Marketing นั้น ขั้นแรกของการเริ่มวางแผน ก็คือการเลือกสินค้าที่จะใช้เป็นตัวสื่อสาร หรืออาจจะใช้ภาพลักษณ์ของยี่ห้อเป็นตัวนำของแคมเปญนั้นๆ การเลือกว่าตัวสินค้า หรือภาพของแบรนด์ ผมคิดว่าให้ดูจากจุดประสงค์ของการทำครั้งนี้ ซึ่งจะพูดต่อในข้อถัดไป และต้องดูสถานการณืความเป็นจริงของธุรกิจคุณ ว่ากำลังจะเปิดธุรกิจใหม่จ๋าเลย หรือกำลังจะออกสินค้าตัวใหม่ในปีนี้ แผนของธุรกิจคุณในปีนี้จะเดินไปทางไหน มุมมองพวกนี้จะช่วยคุณตัดสินใจได้ครับ ลองหยิบบแผนที่มีอยู่ในมีอ ออกมากางให้หมดเกลี้ยงก่อน แล้วค่อยว่ากัน อย่าไปเดาเอาเอง แบบไม่มีอะไรเป็นข้อมูลรับรองนะขอรับ
.
.
• จะปล่อยเพื่ออะไรดีอ่ะ???
o หลังจากที่คุณเลือกของหรือสินค้าที่จะไปปล่อย Viral แล้ว ถึงเวลาที่ต้องมากำหนดกรอบแล้วว่า การทำ Viral Campaign ครั้งนี้เพื่ออะไร บางคนอาจจะต้องการสร้างให้คนจดจำได้เฉยๆ โดยยังไม่หวังยอดขายอะไร หรืออาจต้องการให้มีคนคลิกกลับมาที่เว็บไซด์ เพื่อดูรายละเอียผลิตภัณฑ์ แล้วสามารถปิดการขายได้ในที่สุด หรืออาจจะต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าต่อไป ด้วยการให้เห็นว่าองค์กรของเราเตรียมทำอะไรบ้างในอนาคต อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่ผมยกมา เพื่อให้คุณๆ ได้เห็นภาพ ข้อนี้จะไปต่อได้ ถ้าคุณกำหนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่ชัดเจนนะครับ
.
.
• จะปล่อยของกับใครดีเอ่ย???
o ผ่านไป 2 ส่วนแล้ว ข้อนี้ คุณต้องผนวกเอา 2 ส่วนที่เล่าไป มารวมกันทั้งหมด นั่นคือ ใครคือคนที่คู่ควรกับการเห็น Viral นี้ของคุณ จะมีกี่กลุ่ม และอีกหนึ่งอย่างที่ทำได้ ถ้าคุณมีกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 2 กลุ่มขึ้นไป คุณอาจสร้างให้แต่ละกลุ่ม เห็น Viral ที่คุณจะเตรียมนี้ไม่เหมือนกันก็ได้ ถ้าข้อนี้คุณยังตัดสินใจไม่ได้แบบเด็ดขาด ให้ใช้มุมมองของแรงงานที่ต้องเข้ามาทำให้กิจกรรมนี้ ว่ามีคนเพียงพอทำได้หลายๆ แบบหรือเปล่า หรือมีคนเท่านี้ก็เอาพอหอมปากหอมก่อนก็ไม่ว่ากัน
.
.
• จะปล่อยข้อความ หรือข้อมูลอะไรลงไปบ้าง???
o เนื่องจากส่วนใหญ่ Viral Campaign จะใช้เวลาไม่นานนักในการสื่อสาร หรือพูดคุยส่งสารให้กับกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมาย การเตรียมประเด็นที่จะส่งไปให้คนที่เห็นจดจำได้ จะมีจำนวนไม่ค่อยเยอะ แต่ถ้าคุณดันเตรียมเนื้อหาที่จะเล่า ยาวเป็นพงศาวดารประวัติศาสตร์ อันนี้ขอให้พับเก็บลงลิ้นชักอย่างด่วนๆ คุณต้องย่อยให้เหลือสั้นที่สุด และชัดเจนดูไม่สับสน หรือเกิดข้อชวนงงได้ ในเว็บต่างประเทศมีแนะนำไว้ว่า ข้อความหลักจริงๆ ในการสื่อผ่าน Viral Campaign เนี่ย ไม่ควรเกิน 2-3 ประเด็นที่จะสื่อนะครับ แล้วตอนนี้คุณมีกี่ประเด็นที่จะเล่าให้คนที่คุณเล็งเอาไว้ฟังละ และอย่าลืมคิดเนื้อเรื่องเจ๋งๆ เพื่อโดนใจกลุ่มคนของคุณนะครับ

.
.
• จะปล่อยด้วยรูปแบบไหนดีอ่ะ???
o จากบทความครั้งก่อน ผมมีเล่าไปแหย่ๆ นิดหน่อยแล้วว่า อุปกรณ์ของ Viral Marketing ไม่ได้มีแค่คลิปเพียงอย่างเดียว มีวิธีที่สื่อสารด้วยรูปภาพพร้อมข้อความ, infographic, คลิปวิดีโอ, คลิปเสียง (Podcast) หรือแม้แต่เรื่องของคำคมเด็ดๆ ที่มีแต่ตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ก็เกิดกระแสขึ้นมาได้เช่นกัน แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือข้อจำกัดของแต่ละรูปแบบ เช่น ทำเป็นคลิปก็อย่าเผลอไปใส่แต่ตัวอักษรอย่างเดียว ไปให้ขัดตาขัดใจเวลาดู จะดูเนื้อเรื่องที่เคลื่อนไหว แต่ตัดอักษรดันเต็มหน้าจอไปหมด อันนี้ก็ต้อง Say No ไม่ทำนะครับ และมุมมองที่สำคัญของหัวข้อนี้เลย นั่นคือการเลือกรูปแบบต้องไม่ทำให้ภาพเสียหาย หรือไปขัดแย้งกับสิ่งที่แบรนด์เราเป็นอยู่ ความฉงนชวนงงครั้งใหม่จะโผล่ขึ้นมาทันที เมื่อคุณทำให้ขัดแย้งไปซ้ายทีขวาทีแบบนี้นะจ๊ะ
.
.
• จะปล่อยเมื่อไร จะปล่อยกี่ที???
o ขั้นตอนนี้ก็เด่นไม่แพ้กัน สำหรับการวางแผนวันและเวลาปล่อยความเจ๋งของคุณ ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ บางยี่ห้ออาจจะปล่อยครั้งเดียวแล้วจบไปเลยก็มี บางสินค้าอาจจะแบ่งเป็น Series ย่อยๆ ค่อยๆ แบ่งมาทีละตอน ใครที่ดูตอนแรกแล้วจะได้เห็นตอนถัดมาในอีกกี่วัน หรือจะปล่อยโฆษณาตัวเดิมทุกๆ วันจันทร์ เพื่อให้คนได้ร่วมสนุกหรือเห็น ตลอดกี่เดือนก็ว่ากันไป มุมมองนี้จะมีเรื่องของงบประมาณเข้ามาเริ่มเกี่ยวข้อง เพราะทุกครั้งที่ซื้อสื่อโฆษณา เงินกำลังจะหมุนไปให้กับเจ้าของสื่อนั้นเสมอ เรื่องกลุ่มเป้าหมายไว้ดีแล้ว การเตรียมแผนใช้สื่อก็ต้องทำให้เป๊ะเวอร์เช่นกันจ้า
.
.
• จะวัดผลยังไงดี ว่าทำไปเวิร์คหรือแป็ก???
o มาถึงส่วนสุดท้ายที่คุณต้องเตรียมตัวใน Step 1 นี้ คุณจะต้องใช้สิ่งที่คุณเตรียมเป็นวัตถุประสงค์มาใช้แล้วล่ะครับ ถ้าวัดผลด้วยการมียอดขายปรากฎ ตัววัดก็ควรจะเป็นเม็ดเงินที่เข้ามา ถ้าเป้าหมายต้องการให้มีคนดูคลิป สิ่งที่วัดคือจำนวนครั้งที่ดูคลิปนี้ ถ้าอยากได้ข้อมูลจากการลงทะเบียนบนเว็บ สิ่งที่นำมาประเมิน น่าจะเป็นจำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ และคนที่มากรอกข้อมูลให้คุณ แบบไม่นับซ้ำนะครับ เพื่อให้คุณประเมินได้ว่า หลังจากจบกิจกรรมไปแล้ว สิ่งที่คุณได้วางแผนและลงมือทำไปแล้ว เป็นอย่างไรบ้างนั่นเอง
.
.
ในตอนนี้ผมขอจบที่ขั้นตอนที่ 1 นี้ไว้ก่อนนะครับ ที่ผมหยุดไว้ตรงนี้ เพราะว่านี่คือสิ่งสำคัญที่สุดเลย ผมเลยอยากให้ผู้อ่านได้วางแผนเรื่องนี้ อย่างจริงจัง และทำให้ครบที่สุด เพื่อให้ Start ได้อย่าง Strong จริงๆ ครั้งถัดไปผมจะมาต่อกับอีก 2 Step ถัดไปว่ามีอะไร และในตอนที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนจบ ผมจะมาแนะนำกับอีก 2 Step ท้ายนี้นะครับ ผมต้องขอภัยที่ตัดออกมาเป็นตอนๆ แบบไตรภาคเลย เนื่องจากบทความนี้มีรายละเอียดที่เยอะอยู่ และผมอยากให้คุณผู้อ่านที่น่ารักของผม อ่านเสร็จปุ๊บเอาไปใช้ได้ปั๊บ ก็เลยของแบ่งย่อยแบบนี้ แล้วเจอกันใหม่กับ “ตอนต่อ” ของ 5 Step เพื่อสร้าง Viral ที่ใครก็ต้องร้อง Wow ครับ
.
.
เพื่อนๆ ติดตาม #การตลาด3ช่า ทาง LINE@ ได้ง่ายๆ โดยกด Add จากมือถือของคุณผู้อ่านที่น่ารัก ที่ลิงค์ได้เลยครับ http://line.me/ti/p/%40marketing3cha ขอบคุณครับ
https://www.facebook.com/Marketing3Cha/posts/560952027410098:0

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Viral Marketing ถ้ายังอยู่นิ่ง ก็แห้วต่อไป

ในวงการพระเครื่องที่ผ่านมา เอ๊ย!!! วงการการตลาดต่างหาก ที่ผ่านมา มีอีกหนึ่งคำศัพท์ที่พูดกันอย่างบ้าคลั่ง ถล่มทลาย เดินไปขวาก็เจอ ไปซ้ายก็ชนอีก นั่นคือเจ้าคำที่ว่า "Viral Marketing" หลายคนคิดว่า ใช่วิดีโอคลิปที่แชร์ๆ กันต่อหรือเปล่า หรือเป็นแนวแชร์ลูกโช่ที่ส่งต่อกันเรื่อยๆ อะไรกันแน่ล่ะ เริ่มงงกันใหญ่แล้ว อย่าเพิ่งมึนกันไปก่อนครับ ผมจะมาไขข้อสงสัยนี้กัน
.
.
Viral Marketing เป็นอีกหนึ่งวิธีในการกระจายเรื่องราวต่างๆ หรือบอกต่อประเด็นที่น่าสนใจ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่คุณเล็งเอาไว้ หรือคนที่น่าจะมีความสนใจเรื่องนั้นๆ ให้ได้เข้าถึงนั่นเอง โดยเป็นการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว คล้ายๆ เชื้อไวรัสเวลาแพร่เชื้อแบบเร็วจี๋นั่นเอง ที่สำคัญยังใช้งบไม่มาก เลยกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือฮิตติดลมบนไปเรียบร้อยแล้ว
.
.
ถ้าเราจะเห็นกันสม่ำเสมอ เช่น สารพัด Social Network ตั้งแต่ Facebook, Twitter, Instagram ที่มีทั้งรูปภาพและเป็นตัวหนังสือ ข่าวสารต่างๆ เรื่องราวมากมาย รีวิวสินค้า ที่เราจะเห็นกันมา พอถูกยกระดับ รวบทั้งภาพและเสียงเข้ามาด้วยกัน ก็แปลงร่างเป็น Viral Video ถ้าถามว่าแหล่งปล่อยของคลิปที่เราจะหาได้สะดวกที่สุด นั่นคือ Youtube ซึ่งมักนำมาใช้เป็นอุปกรณ์แสนบ่อยมาก ถึงมากที่สุด ที่นักการตลาดใช้ในการทำ Viral Marketing เพื่อจะดึงดูดความสนใจ ให้คนได้พูดถึง และบอกต่อๆ กันไป




.
.
แล้วจำเป็นต้องใช้ Social Network อย่างเดียวเลยหรอ???
.
.
ผมว่านี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งคำถามที่คุณกำลังคิดอยู่หรือเปล่าครับ คำตอบก็คือ "ไม่ใช่ครับ" วิธีของ Viral Marketing ทำผ่านสื่อที่เราใช้กันประจำวันได้ เช่น วิทยุ, โทรทัศน์, หนังสือพิมพ์, นิตยสาร หรืออาจจะผนวกควบคู่ทั้ง Online Media และ Offline Media ก็ได้ ผมอยากจะลองยกหนึ่ง Viral ที่เกิดจาก Online แล้วก็กลายมาเป็นนิตยสารได้ ที่ผ่านมามีกระแสข่าว ความดังขององค์รัชทายาทท่านหนึ่ง ที่รูปลักษณ์หล่อดูดีมีสกุลสุดๆ กระแสนี้ก็ทำให้นิตยสารเล่มหนึ่ง ได้ออกมาเป็นฉบับหนึ่งที่ได้ท่านชายมาขึ้นปกให้ พร้อมได้ยลโฉมความหล่อสมชายชาตรีของท่าน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจนะครับ
.
.
โจทย์ใหญ่บิ๊กเบิ้มของ Viral Marketing จะทำอย่างไร ให้คนที่ได้รับ Forward อีเมลมา, เพื่อน Share มาให้ใน Facebook, คนไปตั้งกระทู้ในพันธุ์ทิพย์แล้ว, เราได้รับข้อมูลจาก LINE และได้ส่งต่อให้คนอื่นแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นพวกนี้ ทำให้เกิดการซื้อขายบ้างหรือเปล่า แม้ว่าจะได้รับความนิยมในวงกว้าง กระแสดีทั่วประเทศ เป็นที่รู้จักแล้ว แต่ถ้าไม่เกิดการซื้อขายใดใดเลย สิ่งที่ทำลงไปกับ Viral Marketing สิ่งนี้ ก็ถือว่าไม่ผ่าน หรือไม่ได้ไปต่อ เราต้องหมั่นสังเกตตลอดช่วงเวลาที่เราวางแผนเอาไว้ด้วย หรือแม้แต่ต้องไปดูการพูดต่อในทางที่เราอยากให้ไป หรือตีลังกาไปอีกแนวหนึ่ง แล้วส่งผลเสียกลับมาในด้านตรงข้าม ก็ถือว่าแป็กได้นะครับ อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอยากจะเริ่มทำ Viral Marketing แล้ว ในครั้งหน้าผมจะมาบอกวิธีการทำให้โดนๆ เด่นๆ ว่าต้องจัดกระบวนทัพอย่างไรบ้าง อย่าลืมมาอ่านกันต่อนะครับ kiki emoticon
.
.
เพื่อนๆ ติดตาม ‪#‎การตลาด3ช่า‬ ทาง LINE@ ได้ง่ายๆ โดยกด Add จากมือถือของคุณผู้อ่านที่น่ารัก ที่ลิงค์ได้เลยครับ http://line.me/ti/p/%40marketing3cha ขอบคุณครับ

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้) ตอบสุดท้ายแล้วจ้า!!!

ถึงเวลาเคารพธงชาติพอดีเป๊ะ ตอนสุดท้ายของซีรี่ส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ แล้วนะครับ เฮ้ย!!! อันนั้นเป็นละครแล้ว ของเราต้องเป็น 4 ต่อ 4 Generation Game ต่างหาก มาถึงเรื่องท้ายสุด ฉุดไม่อยู่ของกลุ่มที่เรียกว่า มีอะไรที่คุณคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน ฟันธง!!! นั่นคือ พี่ๆ ชาวเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) อายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป จนถึง 70 ปี งั้นเราไปตะลุย 4 เรื่องน่ารู้ของกลุ่มสุดท้ายกลุ่มนี้กันดีกว่าครับ

เรื่องแรก ใครว่าคนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ไม่หาข้อมูล อันนี้ขอยืนยันว่าไม่จริงเด็ดขาด พี่ๆ เขาหาข้อมูลจากสิ่งใกล้ตัวมากๆ หรือเรียกว่าเป็นสื่อที่คุ้นเคยกันมานานนั่นคือ "หนังสือพิมพ์" ครับ เมื่อเทียบกับการรับฟังข่าวสารข้อมูลต่างๆ จากสื่ออื่นๆ อาทิ wesbite หรือ online media รู้หรือเปล่าครับ เมื่อเทียบการบริโภคข้อมูล เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ คนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ เสพสื่อนี้มากกว่าเป็นอีกเท่าตัวเมือเทียบชาว GEN Y เลยนะครับ
.
.
อยากรู้กันหรือเปล่าว่าอะไรมีผลต่อการตัดสินใจของพี่ๆ กลุ่มนี้บ้าง???
.
มาดูคำตอบในเรื่องที่ 2 ต่อกันเลยครับ ปุจฉาไปแล้วบรรทัดก่อนหน้านั้น วิสัชนา คือ ผู้เชี่ยวชาญในสินค้าและบริการนั้นๆ เรียกว่า เชื่อกูรูเพื่อต้องการให้กูรู้ และมีกิจกรรมที่โปรดปรานเป็นพิเศษ ได้แก่ การไปเดินตามงานมหกรรม นิทรรศการ เฟสติวัลคานิวัลแห่แหนสุดๆ เพราะสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในแต่ละงาน นั่นคือ การได้เจอกับตัวจริงของแต่ละผลิตภัณฑ์จริงๆ ทำให้ได้ซักถามกัน แบบหมดเปลือกทุกข้อสงสัย คลายฉงนหมดเกลี้ยงแน่นอน
.
.
มาถึงเรื่องที่ 3 กันบ้าง เวลาช้อปปิ้งของคนกลุ่มนี้ พูดได้เลยว่าเข้า Concept นี้เลย "Enjoy buying for themselves, for their home, and for others." หรรษากับการช้อปปิ้งให้ตัวเอง เพลิดเพลินช้อปให้กับคนในบ้าน รวมไปถึงสนุกสนานกับการส่งต่อของดีดีให้คนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ชอบใช้จ่ายด้วยการรูดบัตรเครดิตมากกว่าเงินสดซะด้วย มาลองมองเรื่องการใช้ชีวิตกันบ้าง คนกลุ่มนี้นิยมใช้ชีวิตเรียบง่าย รวมไปถึงเป็นคนเก็บออมมากกว่าใช้ ดังนั้นการใช้จ่ายต่างๆ จะถูกพิจารณาอย่างถี่ถ้วนนั่นเอง แม้จะจ่ายหนักจริง แต่ก็ต้องปลอดภัยกับตัวเองด้วยอ่ะ
.
.
และเรื่องท้ายสุดแล้วของชาวเบบี้บูมเมอร์กันแล้ว ในบรรดา 4 วัยที่ได้ติดตามกันมาตั้งแต่ GEN Z, GEN Y, GEN X และ Baby Boomer ที่กำลังพูดถึงกันอยู่ ผมต้องยกโล่ผูกพันกับแบรนด์ดีเด่นเป็นสง่า ให้กับชาวเบบี้บูมเมอร์เลย กลุ่มนี้จงรักภักดีสุดๆ เรียกว่ารักแบบแทบจะเป็นเจ้าของสินค้าแทนเราไปด้วย แต่ช้าก่อน ขอเบรคคุณไว้ก่อน เอี้ยดดดดด... เพราะเมื่อลูกค้าผูกพันมากๆ เวลาเจ็บปวดสะเทือนใจ แบบหนักหน่วงมากเช่นกัน แล้วยิ่งยุคนี้สินค้ามีละลานตามากมาย คนกลุ่มนี้เองก็พร้อมจะลอง สินค้าใหม่ๆ ยี่ห้อใหม่ๆ เช่นกันนะครับ ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ ต้องใส่ใจดูแลนานๆ จะได้รักมากๆ และรักนานๆ ตลอดไปนะครับ
.
.
ผ่านไปแล้วกับทั้ง 4 รุ่น รุ่นละ 4 ประเด็น ที่ผมหยิบมาฝากกัน ได้รู้จักวัยต่างๆ มากขึ้น อาจจะทำให้คุณพอเห็นแนวทางการวางกลยุทธ์เดินหมากการตลาด ก้าวไปข้างหน้าอย่างชัดเจนขึ้นนะครับ กลุ่มลูกค้าของคุณเป็นกลุ่มไหน ก็เลือกสื่อสาร มอบประสบการณ์ เล่าเรื่องให้โดนใจกันได้ ถ้ามีหลายกลุ่ม ก็อาจจะต้องแบ่งการพูดคุยที่เหมาะกันไป อย่าไปรวบตึงส่งเขย่ารวมไปหาทุกคนด้วยภาษาแบบเดียวกันหมด อันนี้ผมว่าไม่น่าใช่วิธีที่ถูกนะครับ ครั้งหน้า ผมจะมีอะไรมาฝากกัน 
#พลิกความคิดบิดมุมมอง หรือตัวอย่างอะไรน่าสนใจ อย่าลืมติดตามได้ที่นี่นะครับ ^_^
.
.
.
สำหรับแฟนๆ 
#การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำติชม
หรืออยากให้หยิบเรื่องมาเม้าท์เล่ากัน บอกมาทาง LINE@
ID: @marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้านะครับ)
หรือ Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม ขอบคุณครับ...

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้) ตอน 3

เดินทางมาถึงภาคที่ 3 ของการเจาะกลุ่มวัยต่างๆ ว่ามีอะไรน่าร้อง ว๊าว ว๊าว ว๊าว กันไปบ้างแล้ว ที่ผ่านมาเราได้รู้จักกลุ่มน้องๆ ลูกเด็กเล็กแดง จนถึงตอนที่แล้วเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน อายุไม่ถึง 36 ปี สำหรับวันนี้ก็ตต้องไล่ขึ้นไปอีกหนึ่งช่วงอายุครับ นั่นคือ กลุ่มอายุในปีนี้อยู่ในช่วง 36-50 ปี หรือที่ผมจะเรียกพวกคุณว่า GEN X นะครับ แล้วเจเนอเรชั่นนี้มีอะไรบ้าง ที่เราเองอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน อย่ารอช้ามาเริ่มกันทีข้อแรกเลยดีกว่าครับ

ข้อที่ 1 คือ มักถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ มีอายุแต่อย่าลืมนะครับ คนเจเนอเรชั่นนี้นี่แหละ ที่ไม่รอช้าที่จะลองเทคโนโลยีใหม่ๆ พวกเขาคือ กลุ่มคนรุ่นแรกที่ซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) และเป็นกลุ่มคนที่ยอมจ่ายเงินเป็นแสนๆ เลยทีเดียว เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่ เท่ากระติกน้ำไปใช้ในบ้าน (พอจำกันได้ไหมครับ) ยังมีผลการสำรวจ เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงิน ของผู้บริโภคประจำปี 2558 จากวีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study 2015) ระบุไว้ว่า ชาว GEN X คือ คลื่นลูกใหม่ในตลาด ที่พร้อมจะลองใช้วีธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ๆ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง และใช้จ่ายเงินในแนวอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในไทยเลยนะจ๊ะ
.
.
ข้อต่อมาของ GEN X ถ้าถามว่าใครที่มีผลต่อการตัดสินซื้อของคนกลุ่มนี้ คำตอบคือ คนใกล้ตัวล้วนๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก คู่สามีภรรยา ญาติสนิท มิตรสหาย คนในออฟฟิต หรือแม้แต่เพื่อนของเพื่อน ขอให้ได้ยินจากปากแล้วล่ะก็ โอกาสเตรียมวิ่ง 4 คูณ 100 ไปซื้อมีสูงเลยทีเดียว และอีกสิ่งหนึ่งที่ชาว GEN X ทำบ่อยสุดๆ ในบรรดาคนทุกกลุ่ม นั่นก็คือ "การเทียบราคา" นั่นเอง (ผมรู้นะว่าคุณกำลังบอกว่าไม่จริงใช่ป่าว) คนกลุ่มนี้ยอมเดินห้างหลายแห่ง เพื่อสำรวจราคา ยอมซื้อของออนไลน์ เพราะราคาถูกกว่าไปซื้อหน้าร้าน อุปกรณ์ติดต่อคือสมุดเล่มเล็กๆ ที่คอยจดราคาของชิ้นนี้จากซุปเปอร์ต่างๆ ฉะนั้นถ้าคุณทำการตลาดที่บอกได้ว่า ไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบ ราคาที่นี่ถูกที่สุดแล้ว คุณจะได้ใจคนกลุ่มนี้โดยปริยายครับ
.
.
ข้อที่ 3 ของ GEN X มีผลวิจัยสรุปออกมาว่า ลักษณะคนกลุ่มนี้ที่โดนเด่นขึ้นมาก็คือ ไม่วางใจในการตลาดอุ๊ต๊ะ แบบนี้ 
#การตลาด3ช่า คิดว่าควรทำอย่างไรดีอ่ะ ผมมีคำตอบมาบอกครับ สิ่งที่คนกลุ่มนี้หาคือความสมดุลระหว่าง ราคาและคุณภาพ ที่ทำให้ชีวิตของพวกเราสมดุล และดีขึ้นได้นั่นเอง สินค้าคุณภาพดี ราคาเหมาะสม (ไม่แพงไป) เตรียมได้เงินในกระเป๋าได้เลยครับ ในบางครั้ง พี่ๆ GEN X มองหาของที่คุณภาพนำมาก่อนแบรนด์ด้วยซ้ำในบางครั้ง ใช้สินค้าเป็นยี่ห้อที่ไม่ใช่ตลาดทั่วไปรู้จัก แต่ถ้าใช้แล้วประทับใจปลื้มปริ่มน้ำตาไหลพราก งานนี้ผูกพันกันยาวเลยครับ
.
.
และข้อสุดท้ายของชาว GEN X การสื่อสารกับพี่ๆ กลุ่มนี้ มีเพียง 3 คำเท่านั้นครับ คือ กระชับ / ชัดเจน / ไม่อ้อมค้อม (รวมถึงไม่ต้องไปถึงแยกอ้อมใหญ่ และไม่ต้องวนไปถึงอ้อมน้อยด้วย) ดีก็บอกว่าดี ถูกก็บอกว่าถูก แพงก็บอกว่าแพง ผิดก็ยอมรับว่าผิด ใช่ก็บอกว่าใช่ พลาดก็ต้องบอกทางแก้ไขให้ด้วย เพราะในใจลึกๆ แล้วชอบความตรงไปตรงมามากที่สุดครับ การตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ให้ทั้งหมดด้วยความจริงใจ บอกหมด อย่ามากั๊กห้ามหมกเม็ด คุณจะได้ใจคนกลุ่มนี้ได้สบายสบายครับ
.
.
ผ่านไปแล้วกับ 4 สิ่ง สำหรับชาว GEN X นะครับ มีข้อไหนตรงกับคุณๆ บ้างหรือเปล่า ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของ 4 ต่อ 4 Generation Game แล้ว กับกลุ่มคนสุดท้าย คือ พี่ๆ ชาว Baby Boomer พรุ่งนี้ ตอน 6 โมงเย็นเคารพธงชาติ มาติดจอ รออ่านกันเช่นเดิมนะครับ
.
.
.
สำหรับแฟนๆ #การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำติชม
หรืออยากให้หยิบเรื่องมาเม้าท์เล่ากัน บอกมาทาง LINE@
ID: @marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้านะครับ)
หรือ Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม ^_^ ขอบคุณครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้) ตอน 2

ครั้งที่แล้ว #การตลาด3ช่า ได้เม้าท์มอยแมลงภู่กันไป กับเรื่องของชาว "GEN Z" มาถึงเย็นวันนี้เขยิบวัยขึ้นมาอีกสักหน่อย มาที่ GEN Y หรือในปีนี้ อายุอยู่ระหว่าง 16-35 ปีนั่นเอง ใครอยู่กลุ่มช่วงนี้ ยกมือขึ้นหน่อยครับ นั่นแน่!!! ผมรู้นะ...มีบางคนไม่บยกมือ ถ้าคุณยังไม่ยกมือ ตอนถัดไปน่าจะเป็นตอนของคุณก็ได้ สำหรับส่วนใครที่ไม่ได้ยก เพราะมีปัญหาใต้วงแขนสีผิวไม่เรียบเนียน แนะนำผลิตภัณฑ์สารส้ม Stick นะครับ คล้ายๆ กาวแท่งที่หมุนขึ้นลงได้ เพื่อความเรียบเนียนใสๆ ของบริเวณนั้นองคุณ จะบ้าหรอ!!! กลับมาเข้าเรื่องต่อดีกว่า อ้อมไปไกลเลย พร้อมกันยังครับ ไปลุยดูกันดีกว่า 4 เรื่องที่คุณน่าจะรู้ไว้กับคน GEN Y มีอะไรบ้างเอ่ย

1. ผู้ที่อิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ กับชาว GEN Y ไม่ใช่คนรอบตัว หรือคนข้างกายแต่อย่างใด กลับกลายเป็นรีวิวบนโลกออนไลน์ต่างๆ นั่นเอง ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อความมั่นใจในคุณภาพสินค้า อยากรู้ว่าคนใช้จริงมีความเห็นว่าอย่างไรกันบ้าง ปลื้มหรือแป็กกันแน่ และถ้าถามคนกลุ่มนี้ว่า ช้อปปิ้งออนไลน์เพราะอะไรล่ะ คำตอบเด่นดวงนำโด่งเลย เพราะว่ามีตัวเลือกเยอะกว่าทางออฟไลน์นั่นเองจ้า
.
.
2. GEN Y เป็นกลุ่มคนที่ใช้ 2 จอเสมอ นั่นหมายถึง ถ้าคุณนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิต คุณก็ใช้คอมพิวเตอร์ของที่ทำงาน พ่วงร่วมกับมือถือคู่ใจของคุณไปพร้อมๆ กันด้วย หรืออาจเป็นสารพัดแท็ปเลตต่างๆ ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจที่คนกลุ่มนี้จะมีมือถือ 2 เครื่องเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้บางคนในกลุ่มนี้ยังแอบมีมือถือ แบบเครื่องเก่าแก่โบราณใช้ควบคู่อยู่ด้วย เช่น รุ่นฮีโร่ของมือถือยี่ห้อดัง ถามว่าทำไมต้องพกแบบนั้น เพราะเอาไว้แยกเบอร์ติดต่องาน กับเบอร์ส่วนตัวนั่นเอง ใช้ 2 จอ เพราะ 2 เหตุผลนั่นเอง
.
.
3. ผ่านไป 2 ข้อแล้ว มาดูเรื่องเงินๆทองๆ ของชาว GEN Y บ้าง คนวัยนี้เป็นกลุ่มที่ใช้เงินเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากมายอย่างแรง มีผลสำรวจบอกว่าชาว GEN Y มีรายจ่ายสูงถึง 80% ของรายได้เลยนะครับ (ใช้เพลาๆ มือกันบ้างนะ อย่าลืมเก็บเงินกันด้วยอ่ะ) อีกเหตุผลที่ใช้เงินสนุกสนานของคนกลุ่มนี้ มี 2 คือ ชอบเข้าสังคม การสังสรรค์ปาร์ตี้เป็นกิจวัตรส่วนหนึ่งของคนกลุ่มนี้ มากบ้างน้อยบ้างสลับกันไปแล้วแต่คน และอีกข้อก็คือ ติดการใช้บัตรเครดิตเป็นประจำ ไม่ค่อยชอบใช้เงินสดสักเท่าไร เรียกว่างานนี้รูดสนุก จ่ายบิลเพลินกันเลยทีเดียว อาจจะต้องใช้บริการบัตรกดเงินสดอูเค๊ะพลัส สำหรับคนที่เงินเดือนมีไว้ใช้หนี้ ส่วนโอทีมีไว้ใช้ดำรงชีวิตนะครับ อย่างไรแล้ว ก็อยากแนะนำให้ชาว GEN Y จัดระเบียบธนบัตรในกระเป๋าเงินด้วยนะครับ
.
.
4. GEN Y เป็นคนฉลาดช้อป และฉลาดเลือก ในมุมความคิดของ GEN Y เอง จะตัดสินใจสินค้าจาก สิ่งที่ไม่มีข้อบกพร่อง ตอบโจทย์โดยตรง หรือได้รับการแก้ไขจากสิ่งที่เคยติชมไปแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายดีงามพระรามสี่อย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะใส่ใจข้ามไปถึงบริการหลังการขายด้วยไปพร้อมกัน เรียกว่า เราต้องทำการตลาดแบบ 360 องศารอบทิศทาง ผนวกกับข้อแรกที่ได้บอกไป ถ้ามีคนรีวิวในเว็บบอร์ด หรือเฟซบุคเชิงไม่ปลื้ม เราเองต้องรีบด่วนจี๋เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ ไม่อย่างงั้น เวลาคนที่มาเห็นการบรรยายนี้เข้าไป ก็อาจจะหงายเงิบถอยห่างไปอีกนิดแน่นอนครับ สุดท้ายเดินสะบัดบ็อบหันกลับ ไม่แยแสเราได้อีกเลยก็มีนะครับ จุดนี้ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลย
.
.
เรียบร้อยไปทั้ง 4 ประเด็นที่คน GEN Y มีพฤติกรรมเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งคนกลุ่มนี้มีถึง 28% ของสัดส่วนประชากรของไทยครับ ใครที่เป็นชาว GEN Y ลองมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ ว่าเป็นแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า หรือมีมุมอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมอีก ครั้งถัดไป ไล่ขึ้นไปอีกช่วงวัย คนที่ปีนี้อายุ 36 แต่ยังไม่ถึง 50 ปี ผมจะเรียกคุณว่า GEN X ครับ อย่าลืมมาดูกันว่า GEN X กับ GEN Y หรือ GEN Z มีอะไรที่แตกต่างกันบ้างหนอ... แล้วพบกันครับ
.
.
.
สำหรับแฟนๆ #การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำติชม
หรืออยากให้หยิบเรื่องมาเม้าท์เล่ากัน บอกมาทาง LINE@
@marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้านะครับ)
หรือ Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม ^_^ ขอบคุณครับ...

4 ต่อ 4 Generation Game (4 เรื่องของ 4 วัย ที่คุณเองก็ควรรู้)

สวัสดีครับชาว #การตลาด3ช่า ครับ เดินทางมาไม่นาน ตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนเมษายน เดือนที่ 4 ของปีนี้แล้ว รวดเร็วจริงๆ นะครับ พูดถึงเวลาที่ผ่านไปเร็ว อายุของพวกเราแต่ละคน ก็ไปไวเช่นกัน เพราะทุกๆ วันที่ผ่านไป เราก็เตรียมขยับตัวเลขขึ้นตามไปด้วย บางคนคิดในใจว่าหยุดนับอายุฉันสักที พอเข้าเลขสามนำหน้ามาประดับยศวัยวุฒิไว้ ก็อยากบอกว่าหยุดวิ่งจากถนนวิภาวดีได้แล้ว เพราะขับตรงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอหลักสี่มารออยู่ด้านหน้าอีกไม่ไกล แล้วหลังจากนั้นตัวเลขก็เพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไม่หยุดยั้งเลย 
.
.
แล้วคุณล่ะครับ ตอนนี้อายุกี่ขวบแล้ว??? ที่ผมถามแบบนี้อย่าเพิ่งตกใจว่าจะไปล้วงความลับเลขสองหลักของคุณกัน ที่ผมเปิดประเด็นนี้มา เพราะตอนต่อเนื่อง 4 Episode นี้ ผมจะคุ้ยเขี่ยเรื่องแต่ละกลุ่มอายุมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้คุณได้เข้าใจ แต่ละวัยที่มีความต้องการที่แตกต่าง หรือมีพฤติกรรมอะไรที่น่าหยิบมาต่อยอดทางการตลาดอะไรได้บ้างนั่นเอง ไม่ให้เสียเวลาผมไล่ตามช่วงอายุจากน้อยไปมากแล้วกันครับ


กลุ่มแรก คือ "Gen Z" หรือ น้องๆหนูๆ ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวัยทำบัตรประชาชน "อายุ 15 ได้มาเป็นสาวรำวง มาใส่กระโปรงวับๆแวมๆ ไฟสลัวมัวเหมือนคืนเดือนแรม อะร้าแอร่ม อยู่บนฟลอร์เต้นรำ..." เปิดมาเป็นเพลงเลยทีเดียว งั้นอย่ารอช้า เดี๋ยวจะอารมณ์ไม่ต่อเนื่อง 4 เรื่องต่อไปนี้ ที่คุณควรรู้กันเลย
.
.
1. GEN Z ใช้เทคโนโลยีมานำทางสไตล์ของตัวเอง เพราะว่าคนกลุ่มนี้เรียกว่า โลดแล่นบนโลกออนไลน์เป็นหลัก มีข้อความภาษาอังกฤษเปรียบเปรยไว้ว่า "We can post, tweet and text all about it, right now, 24/7, globally, anytime, anywhere." เด็กกลุ่มนี้บริโภคสไตล์ หรือเทรนด์กระแสนิยมผ่านโลกออนไลน์ ผมไม่อยากใช้คำว่าเป็นหลักเลย ขอเปลี่ยนเป็นคำว่า "เป็นประจำ" ดีกว่า ไม่ต้องแปลกใจครับ อะไรฮิต เรื่องไหนฮอต กระแสไหนว๊าว สิ่งไหนเจ๋ง ชาว GEN Z จะเต็มตามนั้นแน่นอน
.
.
2. GEN Z ชอบค้นหาข้อมูลสินค้า หรือบริการที่ต้องการด้วยตนเอง ผ่านออนไลน์ เพียงแค่คลิกด้วยปลายนิ้ว ก็มีข้อมูลมากมาย ให้เลือกกันอย่างสบายใจได้เลย ถ้าคุณเป็นเจ้าของสินค้า คุณต้องให้ข้อมูลรายละเอียดที่ครบถ้วนกระบวนความจริงๆ เพราะเมื่ออ่านแล้วถูกใจ ก็จะคลิกซื้อต่อเลย ถ้าเตรียมข้อมูลสินค้าครบทุกมุมแล้ว อย่าลืมเตรียมระบบจ่ายเงินที่สะดวกสบายไว้ด้วยนะครับ
.
.
3. GEN Z ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน ในเวลาเดียวกันเลย ด้วยความชอบแบบนี้ ใครที่ทำผลิตภัณฑ์แนว Multi-function ใช้งานได้หลากหลายในครั้งเดียว หรือชิ้นเดียว กลุ่มนี้เตรียมติดจอรอคอยอยู่เลยครับ อาทิ อุปกรณ์เครื่องครัวชิ้นเดียวทำได้หลายอย่าง, เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เป็นต้น
.
.
4. GEN Z ไม่ค่อยเชื่อการตลาดแบบเดิมๆ ที่ผ่านมาในอดีต ถ้าอย่างงั้นต้องลองมองหาวิธีการใหม่ๆ มาลองนำเสนอดู หรือกลับมุมคิดใหม่เป็น เปิดโอกาสให้ คนกลุ่มนี้สร้างตัวตนของเขาเองด้วยการเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ผ่านสื่อ Social ดู วิธีนี้อาจจะผูกความสัมพันธ์ระหว่างคนวัยนี้ กับแบรนด์ของคุณได้
.
.
ผ่านไปหนึ่งวัยแล้ว เราน่าได้รู้จักเด็กๆ กลุ่มนี้ กันมากขึ้นแล้ว ตอนหน้าขยับไปรู้จัก GEN Y กันต่อนะครับ ว่า 4 สิ่งที่น่าสนใจกับวัยนี้ มีอะไรบ้าง มุมไหนบ้างที่นักการตลาด จะเข้าไปติดต่อสื่อสารได้อย่างถูกจริต ถูกความชอบได้ตรงจุดครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
.
.
.
สำหรับแฟนๆ #การตลาด3ช่า มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำ ติชม หรืออยาก
ให้หยิบเรื่องนี้มาเม้าท์เล่าแบบฮาๆ ฝากกัน มาคุย หรือแลกเปลี่ยนได้เลย 
ผ่านทาง LINE@ : @marketing3cha (อย่าลืมใส่ @ นำหน้าด้วยนะครับ)
หรือกด Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ 
http://line.me/ti/p/%40marketing3cha
ผมอ่านและตอบเองทุกข้อความแน่นอนครับผม  ขอบคุณครับ...